ทำความรู้จักกับ โครงสร้าง TNGA อาจเป็นอนาคตอันสดใสของผู้ใช้ โตโยต้า ?

0

นับตั้งแต่เปิดตัว TOYOTA C-HR พร้อมกับการเชิดชูโครงสร้างรถยนต์ใหม่ TNGA หรือชื่อเต็มคือ Toyota New Global Architecture ออกสู่สายตาประชาชี เกิดคำถามขึ้นมากมายว่า…มันคืออะไร และมันมีดีอย่างไร ?

โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย พยายามสื่อสารและค่อย ๆ สอดแทรกทำความเข้าใจเรื่องของ TNGA ไปยังผู้บริโภคมาโดยตลอด แต่ก็เริ่มจะโหมหนักในช่วงระยะหลัง ไม่ใช่แค่เพียงต้องการให้ผู้บริโภคเห็นความแตกต่างและรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลง แต่ยังเตรียมสร้างการรับรู้เพื่อปูทางไปสู่ โปรดักซ์รุ่นใหม่ที่กำลังจะเปิดในอนาคตอันใกล้

ด้วยการนี้ โตโยต้า จึงชักชวนสื่อมวลชนหลายแขนง เข้าร่วมอบรมเรียนรู้และทำความเข้าใจกับ โครงสร้าง TNGA พร้อมร่วมทดสอบสมรรถนะ TOYOTA C-HR ซึ่งเป็นรถรุ่นแรกที่ใช้โครงสร้างใหม่นี้ ณ ศูนย์ขับทดสอบรถยนต์โตโยต้า   “TOYOTA Driving Experience Park” ถนนบางนา-ตราด

โครงสร้างยานยนต์ใหม่ TNGA เกิดจากแนวคิดในการพัฒนายนตรกรรมให้ดียิ่งกว่า  (Ever-better Cars) หวังสร้างสรรค์ยานพาหนะแห่งความสมบูรณ์แบบ ด้วยการพัฒนา 2 ด้านหลัก คือ ความประณีตของการออกแบบภายนอก เพื่อดีไซน์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ (Emphasized Personality) และความแข็งแกร่งของโครงสร้างภายในที่ทำงานประสานกัน เพื่อการขับขี่ที่เหนือระดับ (Core Strength)

TNGA จึงถูกพัฒนาและออกแบบให้เป็นโครงสร้างพื้นฐาน มีความแข็งแรง จุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำตอบสนองต่อการขับขี่ที่ดีเยี่ยม การควบคุมบังคับรถที่แม่นยำ นุ่มนวลทุกสภาพถนน รวมถึงทัศนวิสัยการขับขี่ที่ดีกว่า ตลอดจนรูปลักษณ์ที่สวยงาม ซึ่งถูกแบ่งออกเป็นโครงสร้างใหม่อันประกอบไปด้วย

Body rigidity เพิ่มความมั่นคงของรถจากโครงสร้างเหล็กที่แข็งแกร่ง ด้วยการเพิ่มจำนวนจุดเชื่อมตัวถัง (Spot welding) เพื่อรองรับแรงบิดที่มีต่อตัวถัง เพิ่มประสิทธิภาพในการทรงตัวและเกาะถนนมากยิ่งขึ้น Low center of gravity  จุดศูนย์ถ่วงต่ำลง ทั้งการจัดวางตัวแบตเตอรี่ในตำแหน่งใหม่ ไปจนถึงการจัดวางเครื่องยนต์ใหม่เพื่อลดการโคลงตัวของรถ ช่วยเรื่องการทรงตัวและการเข้าโค้งดีขึ้น

Double Wishbone Suspension ช่วงล่างด้านหลังแบบอิสระปีกนกคู่ เพิ่มความนุ่มนวลในการขับขี่ แต่ยังคงไว้ซึ่งการเกาะถนนที่ดีเยี่ยม Good Handling พวงมาลัยมีการปรับอัตราทดและ ECU ใหม่ ทำให้การตอบสนอง แม่นยำมากขึ้น เพื่อให้การควบคุมรถง่ายเป็นไปอย่างมั่นใจ

STABILITY จากโครงสร้างตัวถังที่มีความแข็งแรง ทำให้การควบคุมจากพวงมาลัยมีความแม่นยำ เกาะถนนได้ดีเยี่ยม เข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ AGILITY  ความคล่องตัวในทุกจังหวะการขับขี่ และการควบคุมได้ดั่งใจ เกิดจากการที่ตัวรถถูกออกแบบให้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ส่งผลให้การขับขี่ที่สนุกมากขึ้น

VISIBILITY ออกแบบให้ผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลางของรถ พร้อมเพิ่มทัศนวิสัย และการลดจุดอับสายตาภายในห้องโดยสาร ด้วยการปรับกระจกด้านหน้าคนขับให้กว้างขึ้น และลดขนาดเสา เอ (A Pillar) ทั้ง 2 ด้านให้แคบลงสามารถมองวัตถุในมุมอับได้ชัดเจน

สุดท้าย คือ COMFORT โครงสร้างรูปแบบใหม่ และช่วงล่างที่อิสระ สามารถลดแรงกระแทกจากพื้นถนนสู่ผู้โดยสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้ความความนุ่มนวลทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ไม่เมื่อยล้าในการขับขี่ เพลิดเพลินในทุกการเดินทาง

ทั้งหมดทั้งมวลถูกหล่อหลอมขึ้นเป็นโครงสร้าง TNGA ซึ่งสามารถนำไปปรับเพื่อใช้กับรถในหลายโมเดลของโตโยต้าในอนาคตได้ และเมื่อนำไปผสานกับเทคโนโลยีใหม่ของโตโยต้า อาทิ ได้แก่ ระบบไฮบริดเจนเนอเรชั่นที่ 4  มาตรฐานความปลอดภัยใหม่ระดับโลกของรถโตโยต้า (Toyota Safety Sense หรือ TSS) และ ระบบที่เชื่อมต่อรถและผู้ใช้รถให้เป็นหนึ่งเดียว (Toyota T-Connect Telematics) ก็ช่วยยกระดับของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของโตโยต้าให้ดูมีความก้าวล้ำกว่าคู่แข่งมากยิ่งขึ้น

การอธิบายบนหน้ากระดาษไม่สามารถรับรู้ได้เท่ากับการสัมผัสผ่านการทดลองขับ โตโยต้าจัดการทดสอบเพื่อเค้นสมรรถนะของโครงสร้าง TNGA ออกมาให้ได้สัมผัสกันทั้งหมด 4 จุด สอดคล้องกับแนวทางของการออกแบบในแต่ละภาคส่วนของตัวรถ

จุดที่ 1 การทดสอบประสิทธิภาพการเลี้ยวในที่แคบ (วงเลี้ยวแคบสุดที่ 5.2 เมตร) และทัศนวิสัยของผู้ขับขี่ (Visibility) ในจุดอับสายตา บริเวณมุมด้านหน้าฝากระโปรงและกระจกมองข้าง กับเสาเอ (A Pillar) ทำให้สามารถเห็นอุปสรรคด้านหน้า และด้านข้างได้อย่างชัดเจน

จุดทดสอบที่ 2 การทดสอบความคล่องตัว (Agility) ผ่านการขับแบบสลาลม (Slalom) และการหักหลบฉุกเฉิน การตอบสนองของพวงมาลัย ร่วมกับโครงสร้างตัวถังที่แข็งแรง ผสานกับช่วงล่างอิสระแบบ Double wishbone ช่วยให้เข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ เกาะถนน และทรงตัวได้อย่างดีเยี่ยม

จุดทดสอบที่ 3 การทดสอบความมั่นคง (Stability) ด้วยการขับในรูปแบบโค้งกว้าง ด้วยจุดศูนย์ถ่วง (Center of Gravity) ที่ต่ำลง ซึ่งมาจากการออกแบบชิ้นส่วนให้ต่ำลง เช่น เครื่องยนต์ และเกียร์ ส่งผลให้ตัวรถนิ่ง มีเสถียรภาพ ไม่เหวี่ยง หรือโคลง แม้เข้าโค้งในความเร็วสูง ทำให้ผู้ขับขี่มีความมั่นใจอย่างเต็มที่

จุดทดสอบที่ 4 การทดสอบความนุ่มนวลในการขับขี่ (Comfort) ผ่านการจำลองสถานการณ์ในการขับขี่ เช่น         คอสะพานที่มีความชัน ผิวทางขรุขระ และลูกระนาด

จากการได้ร่วมทดลองขับ การตั้งสมาธิเพื่อจับอาการในแต่ละจุดทดสอบ ช่วยให้เราพบการเปลี่ยนแปลงในตัวรถของโตโยต้าพอสมควร ความชัดเจนอยู่ในจุดทดสอบที่ 2 และ 3 ที่ดูจะขับสมรรถนะของรถให้เราเห็นสเถียรภาพได้อย่างชัดเจน ซึ่งหากในอนาคตไม่ว่าจะรถเล็ก รถใหญ่ของโตโยต้า หันหน้ามาพึ่งพา TNGA กันทุกรุ่นที่ว่างจำหน่าย คำค่อนแคะเรื่องของความโยกย้วยของรถหลายรุ่นของโตโยต้า ก็น่าจะถูกทำให้ลบเลือนไปได้ไม่ยาก

สรุป  TNGA คือ โครงสร้างตัวถังรถยนต์สมัยใหม่ ที่จะคลอบคลุมถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นโปรดักซ์ของโตโยต้าในอนาคต ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างสมรรถะการขับขี่ให้ดีมากยิ่งขึ้น รวมไปจนถึงเรื่องของการบริหารต้นทุนในการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อไปยังความท้ายทายใหม่ คือ การช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วยการลด C02 ให้เหลือศูนย์ ภายในปี 2050

Comments are closed.