ส่อง TOYOTA C-HR กับไฮบริดเจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุดจากโตโยต้า

หลังจากเปิดตัวกันอย่างไม่เป็นทางการ ภายในงานมหกรรมยานยนต์ที่ผ่านมา โตโยต้า ซี-เอชอาร์ ใหม่ ก็ติดเข้าไปอยู่ในลิสต์รถยนต์ที่คาดว่าจะร้อนแรงในปี 2018 เพราะหากดูจากความสนใจของผู้เข้าชมในช่วงการจัดงาน ไปจนถึงรูปแบบการเปิดจองสิทธิ์เพื่อซื้อก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการดูจะเป็นการสำรวจข้อมูลทางการตลาดอันยอดเยี่ยมทางหนึ่งมีรายงานข่าวว่า มีผู้สนใจจองสิทธิ์เพื่อซื้อเกือบ 3 พันราย แม้จะมีกระแสทั้งชมและบ่นกันอยู่บ้างทั้งเรื่องของรูปลักษณ์ภายใน วัสดุอุปกรณ์ ไปจนถึงเรื่องของราคาจำหน่ายที่วางไว้แบบกั๊ก ๆ ไม่ชัดเจนมากนักของทางโตโยต้า ทั้งที่รถรุ่นนี้น่าจะเป็นหนึ่งในเรือธงของการทวงคืนตลาดรถยนต์นั่งในปี 2018

แต่หากมองข้ามเรื่องของราคา แล้วเจาะลงไปที่สเปคของตัวรถ จะเห็นได้ว่า โตโยต้า ซี-เอชอาร์ เป็นศูนย์รวมของเทคโนโลยีใหม่ที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนในรถยนต์ของโตโยต้า เช่น นวัตกรรมโครงสร้างตัวถังมาตรฐานใหม่ TNGA ระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense ระบบ T-Connect Telematicsไปจนถึง ไฮไลท์สำคัญอย่างระบบไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 4  ของโตโยต้า

ซี-เอชอาร์ จึงน่าจะเป็น สารตั้งต้นของรถรุ่นใหม่ที่จะวางจำหน่ายในประเทศไทยต่อไปในอนาคต! 

หากดูจากสารที่พยายามสื่อออกมา โตโยต้า น่าจะตั้งใจให้ ซี-เอชอาร์ เป็นรถสปอร์ต ครอสโอเวอร์ ที่ไม่ได้เน้นเรื่องของความอเนกประสงค์มากมายนัก แต่คงจะชูเรื่องของความสปอร์ตทันสมัย และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่จะถูกบรรจุเข้ามาเสียมากกว่า

การเตรียมวางจำหน่ายทั้งหมด 4 รุ่น คือ รุ่น 1.8 Entry รุ่น 1.8 MID  รุ่น 1.8 Hybrid MID  และรุ่น 1.8 Hybrid High  โดยระบุราคาในรุ่นเครื่องยนต์เบนซินเริ่มต้นประมาณ 9 แสนบาทส่วนรุ่นท็อปเครื่องยนต์ไฮบริด ราคาไม่เกิน 1.19 ล้านบาท ก็ดูว่าจะไม่น่าจะใช่ราคาที่สูงโอเวอร์เกินไปมากนักหรอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับรุ่นไฮบริด

ถ้าค้นกันดู โตโตต้า จัดเป็นเจ้าหนึ่งที่เชี่ยวชาญเรื่องของเครื่องยนต์ไฮบริด และเชื่อมั่นในเทคโนโลยีแบตเตอรี่ของตนเองเป็นอย่างมาก ในฐานะที่เปิดตัวระบบไฮบริดเป็นครั้งแรกเมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว หากไม่ประสบปัญหาเรื่องของพรีอุสไปก่อนหน้านี้ เราและท่านอาจจะได้เห็นเทคโลยีไฮบริดตัวใหม่เร็วกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็เป็นไปได้…

ไฮบริดเจเนอรชั่น 4 ในโตโยต้า ซี-เอชอาร์ คาดว่าจะเป็นตัวเดียวกันกับที่ถูกบรรจุอยู๋ในโตโยต้า พรีอุส ใหม่ ซึ่งได้ ถูกพัฒนาให้มีน้ำหนักเบาและขนาดกะทัดรัดกว่าเดิม กักเก็บพลังงานได้มากขึ้น และรักษาสมรรถนะกำลังโดยรวมได้เป็นอย่างดี โดยที่แบตเตอรี่มีขนาดเล็กลงจนสามารถติดตั้งไว้ใต้เบาะหลังได้ทั้งหมดจึงไม่กินพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลัง

แบตเตอรี่ใหม่สามารถชาร์จไฟได้เร็วขึ้นนอกจากนี้สมรรถนะการระบายความร้อนและการประจุไฟฟ้าก็ได้รับการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเช่นกันมอเตอร์ไฟฟ้ามีขนาดเล็กลง แต่ให้พละกำลังในอัตราส่วนต่อน้ำหนักมากขึ้นความเร็วรอบมอเตอร์สูงขึ้นใช้การระบายความร้อนด้วยน้ำแทนที่การระบายความร้อนด้วยอากาศจึงทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สำหรับระบบเกียร์จะใช้เป็นระบบเกียร์แบบหลายเพลา multi-shaft transaxle ที่ได้รับการออกแบบให้มีขนาดกะทัดรัดกว่าเดิมซึ่งช่วยให้สามารถย้ายตำแหน่งแบตเตอรี่ 12V ของรถจากเดิมที่ติดตั้งอยู่หลังรถกลับมาอยู่ในห้องเครื่องยนต์ได้เหมือนเดิม และเพิ่มพื้นที่เก็บของได้อีกทางหนึ่ง

วิวัฒนาการแห่งการพัฒนาเทคโนโลยีสู่เจเนอเรชั่นที่ 4กับไฮไลท์ของระบบรุ่นล่าสุดที่ติดตั้งใน Toyota Prius ที่สั่งสมประสบการณ์มาเกือบสองทศวรรษในการรังสรรค์ระบบไฮบริดเต็มรูปแบบในตลาดโลก

นับตั้งแต่ที่เปิดตัวระบบไฮบริดเป็นครั้งแรกเมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว เทคโนโลยีไฮบริดเต็มรูปแบบของโตโยต้าได้รับการปรับปรุงพัฒนามาตลอด 3 เจเนอเรชั่นตามที่ได้ได้อธิบายไว้ในพรีเซ้นเทชั่นเพื่อใช้อ้างอิง เนื้อหาสาระหลักซึ่งพรีเซ้นที่ CTI Symposium จะพูดถึงระบบโตโยต้าไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 4 ในรายละเอียดตามที่ติดตั้งไว้ใน New Prius ที่เพิ่งออกจำหน่ายในตลาดระบบไฮบริดใหม่มีน้ำหนักเบาและขนาดกะทัดรัดกว่าเดิม มาพร้อมการกักเก็บพลังงานได้มากขึ้น และรักษาสมรรถนะกำลังโดยรวมได้เป็นอย่างดี โดยที่แบตเตอรี่มีขนาดเล็กลงจนสามารถติดตั้งไว้ใต้เบาะหลังได้ทั้งหมดจึงไม่กินพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลัง แบตเตอรี่ใหม่สามารถชาร์จไฟได้เร็วขึ้นนอกจากนี้สมรรถนะการระบายความร้อนและการประจุไฟฟ้าก็ได้รับการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเช่นกันมอเตอร์ไฟฟ้ามีขนาดเล็กลง แต่ให้พละกำลังในอัตราส่วนต่อน้ำหนักมากขึ้นความเร็วรอบมอเตอร์สูงขึ้นใช้การระบายความร้อนด้วยน้ำแทนที่การระบายความร้อนด้วยอากาศจึงทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สำหรับระบบเกียร์จะใช้เป็นระบบเกียร์แบบหลายเพลา multi-shaft transaxle ที่ได้รับการออกแบบให้มีขนาดกะทัดรัดกว่าเดิมซึ่งช่วยให้สามารถย้ายตำแหน่งแบตเตอรี่ 12V ของรถจากเดิมที่ติดตั้งอยู่หลังรถกลับมาอยู่ในห้องเครื่องยนต์ได้เหมือนเดิม และเพิ่มพื้นที่เก็บของได้อีกทางหนึ่ง

การใส่ใจในรายละเอียดยังลงลึกถึงเรื่องเสียงและการสั่นสะเทือนหรือ NVH ของระบบส่งกำลังที่มีชุดควบคุมกำลัง (PCU) วางอยู่ด้านบนด้วยโดย PCU ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด จึงทำให้มีขนาดเล็กลง น้ำหนักเบากว่าเดิม และสูญเสียกระแสไฟฟ้าน้อยลง ตัวซอฟท์แวร์ของระบบไฮบริดก็ได้รับการอัพเดทใหม่เพื่อให้รถขับเคลื่อนด้วยระบบไฮบริดไฟฟ้าในช่วงที่รถใช้ความเร็วต่ำได้ดีขึ้นและลดความจำเป็นในการพึ่งพาเครื่องยนต์ที่ย่านความเร็วสูงจึงทำให้ประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น โดย Prius ใหม่สามารถพัฒนาประสิทธิภาพในการประหยัดเชื้อเพลิงได้มากที่สุดเท่าที่มีการพัฒนาไฮบริดมาหลายเจเนอเรชั่น ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงปรัชญาของโตโยต้าในการพัฒนาขีดความสามารถของเทคโนโลยีที่มีอยู่ให้ดีขึ้น ตามแนวคิดที่ว่า สรรสร้างสิ่งดีดีให้เกิดขึ้น และทำสิ่งนั้นให้ดีกว่าเดิม สิ่งสำคัญที่สุดที่ทำให้โตโยต้าไฮบริดได้รับการยอมรับจากผู้ใช้รถทั่วโลกก็คือประสิทธิภาพในการประหยัดเชื้อเพลิงและความเพลิดเพลินรวมถึงความปลอดภัยในการขับขี่ที่มาพร้อมกับตัวรถซึ่งเต็มไปด้วยเทคโนโลยีอันหลากหลายทั้งโตโยต้าและเลกซัสที่มีรถหลากหลายรุ่นประกอบขึ้นในยุโรป

“น่าจะเป็นที่ชัดเจนว่า โตโยต้า ซี-เอชอาร์ ใหม่ จะถูกวางให้เป็นตำแหน่งเป็นรถครอสโอเวอร์”

ทั้งนี้ แม้จะเปิดตัวอย่างไม่เป็นทางการ แต่มีรายงานข่าวว่า โตโยต้า ซี-เอชอาร์ ใหม่ รุ่นที่เตรียมจะวางจำหน่ายในประเทศไทย จะบรรจุระบบถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง ในทุกรุ่นย่อย มีตัวเลือก 2 เครื่องยนต์ คือ เครื่องยนต์เบนซิน รหัส 2ZR-FBE 4 สูบแถวเรียง ขนาด 1.8 ลิตร กำลังสูงสุด 141 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 177 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT 7 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อหน้า รองรับน้ำม้น E85

อีกรุ่น คือ เครื่องยนต์เบนซิน 1.8 Hybridรหัส 2ZR-FXE DOHC 4 สูบแถวเรียง DOHC Atkinson cycle 16 วาล์ว VVT-iขนาด 1.8 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 98 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตันเมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet Synchronous Motor ให้กำลังสูงสุด 72 แรงม้า แรงบิด 163 นิวตันเมตร แบตเตอรี่แบบ Nickel metal Hydride (Ni-MH) รวมพละกำลังจากทั้งเครื่องยนต์ และ มอเตอร์ไฟฟ้าให้ กำลังสูงสุด 122 แรงม้า จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ แบบ E-CVT

TOYOTA C-HR เปิดจำหน่ายทั้งหมด 4 รุ่น คือ รุ่น 1.8 Entry รุ่น 1.8 MID  รุ่น1.8 Hybrid MID  และรุ่น 1.8 Hybrid High  มีให้เลือก6 สี สำหรับเครื่องยนต์ไฮบริด Premium Red/Black Roof, Blue Metallic/Black Roof, Radiant Green Metallic/Black Roof, White Pearl Crystal, Metal Stream Metallic, Attitude Black Micaและ 3 สี สำหรับเครื่องยนต์เบนซินWhite Pearl Crystal, Metal Stream Metallic, Attitude Black Mica โดยระบุราคาในรุ่น เริ่มต้น  ไม่เกิน 1 ล้านบาท – รุ่นท็อป  ราคาไม่เกิน 1,200,000 บาท

แต่อย่างไรก็ตามมีการคาดการณ์ว่า ราคาในตัวเริ่มต้นจะอยู่ที่ประมาณ 9 แสนบาท ส่วนในรุ่นท็อปน่าจะไม่เกิน 1.19 ล้านบาท ซึ่งหากเปรียบเทียบกับรถยนต์ในกลุ่มเซกเมนท์เดียวกันนับว่าไม่ได้มีราคาที่แตกต่างมากนัก โดยเฉพาะในรุ่นรองท็อปและรุ่นท็อปที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี ไฮบริดเจเนอเรชั่น 4 ซึ่งพัฒนาพื่อนำมาใช้ในประเทศไทยเป็นครั้งแรก

โดยจะมีน้ำหนักของแบตเตอรี่่ลดลงแต่ความจุไม่ได้ด้อยไปกว่าเดิม แม้จะใช้แบตเตอรี่ชนิดนิกเกิล-เมทัลไฮไดรด์ แต่ก็เป็นเจเนอเรชั่นใหม่ที่มีระบบระบายความร้อนที่ดีขึ้นทำให้สามารถชาร์จไฟได้เร็วที่สำคัญการมีน้ำหนักที่เบาลงกว่าเดิมทำให้ประหยัดพลังงานมากขึ้นถึง 20 กม./ลิตร

ทั้งนี้ โตโยต้ายังเปิดโอกาสให้ลูกค้าที่สนใจสามารถจองสิทธิ์เป็นเจ้าของ C-HR ได้ล่วงหน้าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผ่านทางเว็บไซต์ www.toyota.co.th/c-hr หรือผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษสุดสำหรับผู้จองสิทธิ์ในการซื้อช่วงเวลานี้จะได้รับสิทธิพิเศษในการดีไซน์ C-HR Custom Name Plate ดีไซน์ชื่อในแบบของคุณเอง ส่วนกำหนดการรับรถน่าจะถูกส่งมอบในช่วงต้นปีหน้าหลังการเปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

โตโยต้า ไฮบริด เจเนอเรชั่นที่ 4

วิวัฒนาการแห่งการพัฒนาเทคโนโลยีสู่เจเนอเรชั่นที่ 4กับไฮไลท์ของระบบรุ่นล่าสุดที่ติดตั้งใน Toyota Prius ที่สั่งสมประสบการณ์มาเกือบสองทศวรรษในการรังสรรค์ระบบไฮบริดเต็มรูปแบบในตลาดโลก

นับตั้งแต่ที่เปิดตัวระบบไฮบริดเป็นครั้งแรกเมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว เทคโนโลยีไฮบริดเต็มรูปแบบของโตโยต้าได้รับการปรับปรุงพัฒนามาตลอด 3 เจเนอเรชั่นตามที่ได้ได้อธิบายไว้ในพรีเซ้นเทชั่นเพื่อใช้อ้างอิง เนื้อหาสาระหลักซึ่งพรีเซ้นที่ CTI Symposium จะพูดถึงระบบโตโยต้าไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 4 ในรายละเอียดตามที่ติดตั้งไว้ใน New Prius ที่เพิ่งออกจำหน่ายในตลาดระบบไฮบริดใหม่มีน้ำหนักเบาและขนาดกะทัดรัดกว่าเดิม มาพร้อมการกักเก็บพลังงานได้มากขึ้น และรักษาสมรรถนะกำลังโดยรวมได้เป็นอย่างดี โดยที่แบตเตอรี่มีขนาดเล็กลงจนสามารถติดตั้งไว้ใต้เบาะหลังได้ทั้งหมดจึงไม่กินพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลัง แบตเตอรี่ใหม่สามารถชาร์จไฟได้เร็วขึ้นนอกจากนี้สมรรถนะการระบายความร้อนและการประจุไฟฟ้าก็ได้รับการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเช่นกันมอเตอร์ไฟฟ้ามีขนาดเล็กลง แต่ให้พละกำลังในอัตราส่วนต่อน้ำหนักมากขึ้นความเร็วรอบมอเตอร์สูงขึ้นใช้การระบายความร้อนด้วยน้ำแทนที่การระบายความร้อนด้วยอากาศจึงทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สำหรับระบบเกียร์จะใช้เป็นระบบเกียร์แบบหลายเพลา multi-shaft transaxle ที่ได้รับการออกแบบให้มีขนาดกะทัดรัดกว่าเดิมซึ่งช่วยให้สามารถย้ายตำแหน่งแบตเตอรี่ 12V ของรถจากเดิมที่ติดตั้งอยู่หลังรถกลับมาอยู่ในห้องเครื่องยนต์ได้เหมือนเดิม และเพิ่มพื้นที่เก็บของได้อีกทางหนึ่ง

การใส่ใจในรายละเอียดยังลงลึกถึงเรื่องเสียงและการสั่นสะเทือนหรือ NVH ของระบบส่งกำลังที่มีชุดควบคุมกำลัง (PCU) วางอยู่ด้านบนด้วยโดย PCU ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด จึงทำให้มีขนาดเล็กลง น้ำหนักเบากว่าเดิม และสูญเสียกระแสไฟฟ้าน้อยลง ตัวซอฟท์แวร์ของระบบไฮบริดก็ได้รับการอัพเดทใหม่เพื่อให้รถขับเคลื่อนด้วยระบบไฮบริดไฟฟ้าในช่วงที่รถใช้ความเร็วต่ำได้ดีขึ้นและลดความจำเป็นในการพึ่งพาเครื่องยนต์ที่ย่านความเร็วสูงจึงทำให้ประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น โดย Prius ใหม่สามารถพัฒนาประสิทธิภาพในการประหยัดเชื้อเพลิงได้มากที่สุดเท่าที่มีการพัฒนาไฮบริดมาหลายเจเนอเรชั่น ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงปรัชญาของโตโยต้าในการพัฒนาขีดความสามารถของเทคโนโลยีที่มีอยู่ให้ดีขึ้น ตามแนวคิดที่ว่า สรรสร้างสิ่งดีดีให้เกิดขึ้น และทำสิ่งนั้นให้ดีกว่าเดิม สิ่งสำคัญที่สุดที่ทำให้โตโยต้าไฮบริดได้รับการยอมรับจากผู้ใช้รถทั่วโลกก็คือประสิทธิภาพในการประหยัดเชื้อเพลิงและความเพลิดเพลินรวมถึงความปลอดภัยในการขับขี่ที่มาพร้อมกับตัวรถซึ่งเต็มไปด้วยเทคโนโลยีอันหลากหลายทั้งโตโยต้าและเลกซัสที่มีรถหลากหลายรุ่นประกอบขึ้นในยุโรป