ซูซูกิยอดขายเติบโต พร้อมต้อนรับผู้นำองค์กรคนใหม่ คว้าซิโก้ ร่วมเสริมภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์

0
ND4_6641
บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด แถลงข่าวแนะนำผู้นำองค์กรคนใหม่ มร. โยจิ มุโรซากะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด คนล่าสุด พร้อมกันนี้นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด   บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมแถลงผลประกอบการประจำปี 2558 และนโยบายการดำเนินงานในปี 2559 อีกทั้งการเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์ซูซูกิ ณ โรงแรมเรเนซอง ราชประสงค์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2559

มร. โยจิ มุโรซะกะ เข้าร่วมงานที่ซูซูกิตั้งแต่ปี 2532 ในส่วนงานการตลาดต่างประเทศ โดยเริ่มต้นดูแลตลาดประเทศสหรัฐอเมริกา และตลาดยุโรปในเวลาต่อมา ซึ่งนอกจากจะดูแลด้านการขายรถยนต์แล้ว มร.โยจิ มุโรซะกะ ยังได้ดำรงตำแหน่งผู้จัดการโครงการในการควบคุมการก่อสร้างโรงงานซูซูกิในประเทศฮังการี ปี 2545-2550 และประเทศรัสเซีย ปี 2550-2552 จากประสบการณ์ด้านการวางแผนองค์กรมากว่า 2 ปี จึงได้รับมอบหมายเป็นผู้จัดการดูแลตลาดเอเซียจัดทำแผนการลงทุนในรถรุ่นใหม่และก่อสร้างโรงงานเพื่อขยายธุรกิจการส่งออกและนำเข้าเพื่อประกอบรถยนต์และชิ้นส่วนระหว่างโรงงานของซูซูกิในอาเซียนและอินเดีย

เดือนมิถุนายน 2557 มร. โยจิ มุโรซะกะ ได้เข้ามาร่วมงานในประเทศไทย ในตำแหน่ง ผู้อำนวยการใหญ่ ของ ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ซึ่งขณะนั้นซูซูกิได้เปิดตัวรถยนต์รุ่น Celerio โดยได้ส่งออกไปตลาดต่างประเทศ ทั้งประเทศอาเซียนและประเทศแถบยุโรปอีกหลายแห่ง มร. โยจิ มุโรซะกะ ได้รับหน้าที่ดูแลเพื่อที่จะขยายและเพิ่มมูลค่าด้านเครือข่ายการขายของผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิ ซึ่งภายใต้สถานการณ์ตลาดที่ยากลำบากของประเทศไทย ผู้จำหน่ายรถยนต์ของซูซูกิได้แสดงถึงความตั้งใจและสามารถฟันฝ่าจนทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นได้ในปีที่ผ่านมา
ขณะนี้ มร. โยจิ มุโรซะกะ ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าจะพยายาม  ฟันฝ่าเพื่อบรรลุในพันธกิจเน้นไปที่ลูกค้าเป็นสำคัญคือ
1. พัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ ให้เกิดคุณค่าสูงยิ่งขึ้นโดยมุ่งเข้าไปที่ลูกค้าเป็นสำคัญ
2. การสร้างการเปลี่ยนแปลงและสร้างนวัตกรรมในองค์กรผ่านการทำงานเป็นทีมร่วมกัน
3. นำเอาความโดดเด่นเชี่ยวชาญของแต่ละบุคคลมาใช้ผ่านทางการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ND4_6729
มร. โยจิ มุโรซากะ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับตลาดรถยนต์ของประเทศไทยในปี 2558 ด้วยยอดขาย 21,285 คัน เพิ่มขึ้นกว่า 5.5% ส่งผลถึงภาพรวมส่วนแบ่งการตลาด เป็น 2.66% ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวต่อเนื่องที่ผ่านมาเราได้ทำการแนะนำยนตรกรรมจากซูซูกินับตั้งแต่ ซูซูกิ สวิฟท์ซูซูกิ เซเลริโอ้ โดยทั้งสองรุ่นนี้ได้สร้างความตื่นตาตื่นใจกับวงการรถยนต์ประเภทประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล หรือ อีโคคาร์  ทำให้กระแสนิยมในแบรนด์ซูซูกิเพิ่มมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ซูซูกิก้าวสู่ความเป็นหนึ่งในผู้นำรถยนต์ชนิดคอมแพคคาร์อย่างรวดเร็ว และในไตรมาศที่ 3 ปี 2558 ซูซูกิได้เปิดตัวแนะนำ ซูซูกิ เซียส รถยนต์ซีดาน อีโคคาร์ รุ่นใหม่สู่ตลาดประเทศไทย ที่ให้ความคุ้มค่าทั้งด้านความปลอดภัยและการประหยัดพลังงาน มีจุดเด่นที่เหนือกว่ารถซีดานในระดับเดียวกัน ตั้งแต่ดีไซน์ที่มีความภูมิฐานหรูหราสง่างาม ห้องโดยสารกว้างขวาง และเหนือชั้นด้วยสมรรถนะการขับขี่ ผสานประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม อีกทั้งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 32 ที่ผ่านมา ซูซูกิ ได้ทำการแนะนำ ซูซูกิ เซียสอาร์เอส ที่มาพร้อมชุดแต่งสไตล์โมเดิร์นสปอร์ตรอบคัน เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็น Sporty Eco car สำหรับคนรุ่นใหม่ และช่วยตอบรับกระแสนิยมของลูกค้าให้เข้าถึงรถยนต์ที่มีมาตรฐานสูงทั้งด้านความปลอดภัยและประหยัดพลังงาน รูปลักษณ์อันโฉบเฉี่ยว และในราคาที่เหมาะสม ซึ่งเป็นสิ่งที่ซูซูกิค้นคว้าและพัฒนาจนสามารถตอบโจทย์ที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าคนสำคัญของซูซูกิมาโดยตลอด ซูซูกินำเสนอสินค้าของเราในประเทศไทยซึ่งไม่ใช่เพียงแค่รถยนต์ แต่ยังคงรวมถึงการบริการต่างๆ โดยมุ่งเน้นไปที่จิตใจของลูกค้าเป็นสำคัญซึ่งซูซูกิเราต้องการเป็นเพื่อนที่ดีของชีวิตลูกค้าคนไทยตลอดไป
นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด กล่าวว่า “ในปี 2558 ที่ผ่านมา มียอดจำหน่ายรถยนต์ซูซูกิอยู่ที่ 21,285 คัน คิดเป็นยอดที่สูงขึ้น 5.5% สามารถครองส่วนแบ่งตลาดได้ถึง 2.66% เมื่อเทียบกับปี 2557 ที่ผ่านมา ที่ครองส่วนแบ่งตลาด 2.29% นับว่าเป็นความสำเร็จอีกครั้งของซูซูกิส่วนในปี 2559 นี้  ความกังวลจากผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจที่ชะลอตัวยังคงมีอยู่บ้าง คาดการณ์ว่ายอดจำหน่ายอุตสาหกรรมรถยนต์จะมีความใกล้เคียงกับปี 2558 แต่เรายังคงมองเห็นความสดใส     ซึ่งคาดว่าตลาดรถยนต์ไทยจะค่อยๆ ฟื้นตัวอันเนื่อง  ปัจจัยบวกจากการใช้จ่ายของภาครัฐ เม็ดเงินจากโครงการต่างๆ ที่จะทยอยเข้าสู่ระบบทำให้เกิดการใช้จ่ายหมุนเวียน และราคาน้ำมันที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ซูซูกิ ยังคงเร่งพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับธุรกิจ ตลอดจนเตรียมความพร้อมเพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคคลากรให้มีความรู้และทักษะเป็นระดับสากลทั่วประเทศมากยิ่งขึ้น  อีกทั้งซูซูกิยังคงมุ่งเน้นในเรื่องคุณภาพของสินค้าและบริการหลังการขายที่เป็นเลิศ  เพื่อสร้างความต่อเนื่องให้ลูกค้าได้รับรู้ถึงแบรนด์ซูซูกิมากยิ่งขึ้น
สำหรับทิศทางการสื่อสารทางการตลาดตลอดปี 2559 ซูซูกิมุ่งชูกลยุทธ์ Sport Marketing เน้นส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมด้านกีฬาโดยเฉพาะอย่างยิ่งกีฬาประเภทฟุตบอล ซูซูกิยังคงมอบความสุขให้กับคอลูกหนังโดยเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการใน AFF Suzuki Cup ปี 2016 อีกทั้งซูซูกิจะเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์เพื่อที่จะถ่ายทอดความเป็นซูซูกิให้ลูกค้าได้เข้าถึงมากยิ่งขึ้น นั่นคือ “คุณซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง” โค้ชฟุตบอลทีมชาติไทยที่ฮอตที่สุดในขณะนี้ ซึ่งเป็นผู้ที่นำทีมทัพนักเตะชาวไทยคว้าแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์ AFF Suzuki Cup เป็นสมัยที่ 4 ในปี 2014 ซึ่งคุณซิโก้ได้ให้เกียรติมาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ ซูซูกิเป็นปีที่ 2
คุณซิโก้ มีบุคลิกภาพเหมาะสมกับการเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของซูซูกิ ที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับชาวไทยทั้งประเทศ อีกทั้งมีความเข้าใจและความมุ่งมั่นที่จะนำพาทีมไปให้ถึงจุดมุ่งหมายชัยชนะ เปรียบเสมือนซูซูกิ ที่มุ่งเน้นนำเสนอคุณภาพของการผลิตภัณฑ์และการบริการหลังการขายเพื่อให้ลูกค้ามีความสุขทุกเส้นทางไปกับรถยนต์ซูซูกิดังสโลแกนที่ว่า “Way Of Life” นั่นเองในปีที่ผ่านมาพลังของคุณซิโก้มีส่วนช่วยสื่อสารรถยนต์ ซูซูกิ เซียส ให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายและผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และในปีนี้คุณซิโก้จะมีส่วนร่วมในแบรนด์ของเรามากขึ้นเช่นกัน
ND4_6764
ในส่วนเรื่องสายการผลิตรถยนต์เพื่อขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซูซูกิยังคงดำเนินการตามแผนที่วางไว้ โดยในปีที่ผ่านมา ซูซูกิส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปจำนวน 39,072 คัน จำหน่ายภายในประเทศจำนวน 21,285 คัน ซึ่งรถยนต์ซูซูกิ รุ่นเซเลริโอ้ เป็นรุ่นที่ส่งออกไปยังประเทศแถบยุโรปได้จำนวน 37,914 คัน ในด้านการบริการหลังการขายซูซูกิยังคงยึดแผนยุทธศาสตร์เสริมสร้างความเชื่อมั่นและอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าซูซูกิ ภายใต้แนวคิด 3S คือ Sales, Service, Spare Parts นั่นคือ การแนะนำสินค้าที่มีคุณภาพอย่างเป็นธรรมควบคู่ไปกับการบริการอย่างประทับใจ จำหน่ายอะไหล่แท้จากผู้ผลิต  อีกทั้งมุ่งเน้นพัฒนาการบริการหลังการขายพร้อมบริการจัดส่งอะไหล่ภายใต้การบริการภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อตอบรับทุกความต้องการ ซึ่งซูซูกิทุ่มเทมาโดยตลอดกับการฝึกอบรมบุคลากรด้านการช่างให้กับผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของซูซูกิ เพื่อเพิ่มศักยภาพในด้านการดูแลลูกค้าอย่างดีที่สุดและต่อเนื่อง ตลอดจนโปรแกรมส่งเสริมหลังการขาย (บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง) ซึ่งในปีที่ผ่านมาซูซูกิมีศูนย์บริการที่ครอบคลุมจำนวน 99 แห่งทั่วประเทศ และมีแผนเพิ่มเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการเป็น 110 แห่งทั่วประเทศไทย ภายในปี 2559 ทั้งนี้เพื่อยกระดับรองรับการก้าวสู่ประชาคมอาเซียนอย่างเต็มตัวของประเทศไทย เพื่อให้ลูกค้าคนพิเศษของเราได้รับผลิตภัณฑ์และการบริการดีที่สุดจากซูซูกิ”

 

Comments are closed.