บางจาก Hi Premium Diesel S พรีเมียมดีเซลคุณภาพอนาคต

0

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จัดกิจกรรมพิเศษชวนสื่อมวลชนร่วมกิจกรรม ‘ทดสอบประสิทธิภาพน้ำมัน Hi Premium Diesel S’ บนเส้นทางเชียงใหม่-เชียงราย ระยะทางร่วม 200 กิโลเมตร เพื่อสัมผัสคุณสมบัติพิเศษภายใต้สถานการณ์จริงของน้ำมันเกรด พรีเมียมที่มาพร้อมค่าซีเทนสูงสุด 70% ช่วยให้หัวฉีดสะอาดขึ้นกว่า 70% ยืดอายุเครื่องยนต์ ช่วยประหยัดน้ำมันได้ถึง 4.3% และมาพร้อมมาตรฐาน Euro 5 ช่วยลดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม โดยปัจจุบันมีจำหน่าย ณ สถานีบริการน้ำมันบางจาก 120 แห่งทั่วประเทศ ตั้งเป้าขยายเป็น 200 แห่ง มียอดขายเพิ่มขึ้น 1 เท่าตัวเป็น 4 ล้านลิตร ภายในสิ้นปีนี้

คุณสมชัย เตชะวณิช ประธานเจ้าหน้าที่การตลาดและรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจการตลาด บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บางจากได้พัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิงอย่างต่อเนื่อง เช่น การพัฒนาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ด้วยเทคโนโลยี Green S Revolution  โดยเฉพาะน้ำมัน Hi Premium Diesel S ที่ผลิตด้วยนวัตกรรม The Next Generation Green Cetane เป็นผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯ ภูมิใจนำเสนอ เพื่อตอบสนองการใช้งานของผู้ใช้รถที่ต้องการน้ำมันดีเซลคุณภาพสูง รองรับเทคโนโลยีของเครื่องยนต์รุ่นใหม่จากการผสานองค์ประกอบน้ำมันคุณภาพที่คัดจากแหล่งที่ดีที่สุดเพียงแหล่งเดียว ซึ่งมีค่าซีเทนสูงและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผนวกกับสารเพิ่มคุณภาพ ทำให้มีสมรรถนะเหนือกว่าพรีเมียมดีเซลทั่วไป มีจำหน่ายที่สถานีบริการน้ำมันบางจากตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 ได้รับการตอบรับจากผู้ใช้เป็นอย่างดี ทั้งกลุ่มรถยนต์นั่งและกลุ่มรถพาณิชย์ จากการสอบถามความคิดเห็นผู้ใช้จริงหลังที่ได้ทดลองใช้ พบว่าผู้ใช้รู้สึกได้ถึงกำลังที่แรงขึ้นตั้งแต่ถังแรกที่เติม โดยส่งผลต่อสมรรถนะรถเพิ่มขึ้นทั้งในการขับขี่บนเส้นทางเรียบและทางชัน เครื่องยนต์เดินเงียบขึ้น และวิ่งได้ระยะทางมากขึ้นด้วย ทั้งนี้ เกิดจากน้ำมัน Hi Premium Diesel S มีจุดเด่นที่สำคัญคือ

* ค่าซีเทนสูงสุดถึง 70 (มาตรฐานกรมธุรกิจพลังงานกำหนดค่าซีเทนขั้นต่ำ 50) จึงแรงในทุกอัตราเร่งทั้งทางเรียบและทางชัน ประหยัดน้ำมันได้ถึง 4.3%

* ผนวกสาร Hi Active Cleansing ช่วยให้หัวฉีดสะอาดขึ้นกว่า 70% พร้อมปกป้องเครื่องยนต์

จุดระเบิดเผาไหม้ได้เต็มประสิทธิภาพ รักษาอายุของเครื่องยนต์ให้ยาวนานยิ่งขึ้น

* มาตรฐาน Euro 5 ค่ากำมะถันลดลงกว่า 5 เท่า (เมื่อเทียบกับ Euro 4) ช่วยลดมลภาวะ ดีต่อสิ่งแวดล้อม “ปัจจุบันน้ำมัน Hi Premium Diesel S มียอดขายเกือบ 2 ล้านลิตรต่อเดือน บริษัทฯ มีเป้าหมายเพิ่มการจำหน่าย ณ สถานีบริการน้ำมันบางจากเป็น 200 สาขา ภายในสิ้นปีนี้  ซึ่งจะส่งผลให้ยอดจำหน่าย น้ำมัน Hi Premium Diesel S เพิ่มเป็น 4 ล้านลิตรต่อเดือนภายในสิ้นปีนี้ พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายโดยมอบคะแนน 6 เท่า ให้สมาชิกบัตรบางจากดีเซลคลับที่เติม  Hi Premium Diesel S  ตั้งแต่วันที่เริ่มจำหน่าย จนถึง 31 ธันวาคม 2560”

“น้ำมันพรีเมียมมีราคาขายต่อลิตรสูงกว่าน้ำมันดีเซลทั่วๆ ไป แต่สิ่งที่ผู้ใช้จะได้รับกลับมาคือการประหยัดค่าใช้จ่ายทันทีที่เติมถังแรก เนื่องจากน้ำมัน Hi Premium Diesel S ให้การเผาไหม้ที่สมบูรณ์แบบมากขึ้น และเมื่อเปรียบเทียบลิตรต่อลิตร บาทต่อกิโลเมตร ราคาจะดูแพงกว่าเมื่อนำไปเทียบต่อกิโลเมตร แต่คุณสมบัติอื่นๆ ที่ได้เพิ่มขึ้นมาแน่นอนคือ อัตราเร่งที่ตอบสนองได้ดีขึ้น อีกทั้งในแง่ของการทำสะอาดหัวฉีดนั้น ด้วยมาตรฐานน้ำมัน Euro5 จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาเครื่องยนต์และอุปกรณ์ต่างๆ ให้มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น เช่น การบำรุงรักษาหัวฉีดปกติจะรับบริการทุกๆ ระยะ 50,000 กิโลเมตร 100,000 กิโลเมตร แต่เมื่อเติม Hi Premium Diesel S จะช่วยยึดอายุอุปกรณ์ในส่วนนี้ได้อีก หรือแคตตาไลติกคอนเวอร์เตอร์ (Catalytic Converter) อุปกรณ์กำจัด ลด ปริมาณมลพิษ ที่เกิดจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของเครื่องยนต์ ก่อนปล่อยออกสู่บรรยากาศ รถยนต์หลายๆ รุ่นจะเกิดอาการอุดตันเร็ว เพราะการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ หากอุดตันต้องเปลี่ยน เจ้าของรถบางท่านไม่อยากเปลี่ยน ก็ต้องตัดออก แต่เมื่อใช้น้ำมันตัวนี้แล้ว จะช่วยยืดอายุการใช้งานอุปกรณ์นี้ได้ยาวนานขึ้น”คุณสมชัย เตชะวณิช กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทฯ มีแผนเปิดสถานีบริการน้ำมันบางจากสาขาใหม่ในทำเลหลักๆ จำนวน 80 สาขาทั่วประเทศ เช่น กรุงเทพฯ-ปริมณฑล, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะเปิดสาขามากกว่าภูมิภาคอื่นๆ และเน้นจังหวัดใหญ่ อาทิ ขอนแก่น, อุดรฯ และนครราชสีมา เป็นต้น“ครึ่งปีที่ผ่านมา บางจากเปิดสาขาใหม่ไปแล้ว 30 แห่ง ปัจจุบันหลายแห่งกำลังเร่งก่อสร้างเพื่อให้เปิดได้ครบตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 80 แห่งในสิ้นปี 2560 และทุกแห่งจะมีหัวจ่ายน้ำมัน Hi Premium Diesel S จำหน่ายด้วย สำหรับสถานีบริการน้ำมันบางจากที่เปิดใหม่นี้ 70% เป็นการร่วมลงทุนระหว่างบริษัทกับลูกค้า แบ่งเป็นลูกค้าลงทุน 25-30 ล้านบาท บางจากสนับสนุน 5-10 ล้านบาท และอีก 30% เป็นสถานีบริการน้ำมันที่เราลงทุนเอง ปัจจุบันบางจากมีสถานีบริการน้ำมันทั้งหมด 468 แห่ง เป็นสถานีบริการน้ำมันประเภทสหกรณ์อีก 614 แห่ง รวมทั้งหมดมีสถานีบริการน้ำมัน 1,082 แห่งทั่วประเทศไทย โดยบางจากมีจำนวนสถานีบริการน้ำมันมากเป็นอันดับ 3 ในตลาดผู้ค้าน้ำมัน ขณะที่ส่วนแบ่งการตลาดช่วงครึ่งปีแรกของปี 2560 อยู่ที่ 15.3% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2559 เติบโตเพิ่มขึ้น .03%  ถ้าพูดถึงเฉพาะน้ำมันดีเซลเกรดพรีเมียมรวมกันทั้งตลาดมียอดจำหน่ายรวมกัน 60 ล้านลิตรต่อเดือน บางจากแชร์ส่วนแบ่งตลาดได้ 5% เฉลี่ยแล้วยอดขายต่อสถานีบริการฯ อยู่ที่ 20,000 ลิตรต่อเดือน” คุณสมชัย เตชะวณิช กล่าว“ในส่วนธุรกิจ Non Oil นั้น บางจากมีแผนพัฒนาควบคู่ไปกับการขยายสถานีบริการน้ำมัน โดยตั้งเป้าหมายว่า ภายในปี 2565 จะเปิดสาขาใหม่เพิ่มอีก 400 แห่ง และส่วนหนึ่งของการเปิดสถานีบริการน้ำมันจากมาตรฐานก็จะมีธุรกิจ Non-Oil เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย โดยเราจะลงทุนทำในส่วนนี้เพิ่มขึ้นเอง อย่างร้าน SPAR ดำเนินธุรกิจภายใต้คอนเซ็ปต์ Food and Easy Market มีจุดขายคือ อาหารสด สลัดผักผลไม้ เราซื้อลิขสิทธิ์มาจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งในยุโรป SPAR เป็นธุรกิจที่แข็งแรงมาก เปิดสาขามากกว่า 40 ประเทศ ปัจจุบันเราเปิดร้าน SPAR ในสถานีบริการน้ำมันบางจากแล้ว 22 แห่ง แน่นอนว่า สถานีบริการน้ำมันบางจากที่จะเปิดขึ้นใหม่จะมีร้าน SPAR ด้วย ขณะที่ Mini Big C ยังเปิดให้บริการ 166 แห่งอยู่เช่นเดิม นอกจากนี้มีแผนจะเปิดร้าน SPAR ตามสำนักงานต่างๆ ที่มีจำนวนพนักงานมากๆ ด้วย ไม่ใช่แค่จะภายในสถานีบริการน้ำมันบางจาก ในส่วนของร้านกาแฟอินทนิล ปัจจุบันเปิดให้บริการ 435 สาขา ภายในสิ้นปี 2560 จะเปิดให้ครบ 500 สาขา” คุณสมชัย เตชะวณิช กล่าวในท้ายสุด

Comments are closed.