ประสิทธิภาพแห่งสายการผลิต ก่อกำเนิดยนตกรรมสปอร์ต 4 ประตูจากปอร์เช่

0

นับตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรกของ มาคันน์ (Macan) เมื่อปี 2014 ปรากฏการณ์ความสำเร็จแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนได้เกิดขึ้นกับ ปอร์เช่ มาคันน์ (Macan) หนึ่งในรถยนต์ที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุดรุ่นหนึ่งในประวัติศาสตร์ของปอร์เช่ โดยมีตัวเลขยอดการจำหน่ายในปี 2015 เป็นจำนวนถึง 80,216 คัน นับเป็นการเปิดโอกาสในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ของปอร์เช่ได้อย่างสวยงาม และแน่นอนว่าเหตุการณ์ดังกล่าวย่อมเกิดขึ้นกับภูมิภาคเอเซียแปซิฟิก มาคันน์ (Macan) คือ ยนตกรรมรุ่นสำคัญที่ช่วยให้ปอร์เช่เอเซียแปซิฟิกประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยมเช่นเดียวกัน ปอร์เช่ มาคันน์ (Macan) ได้รับการผลิตจากโรงงานปอร์เช่ Leipzig ตั้งอยู่ทางพื้นที่ภาคตะวันออกของประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นโรงงานเดียวกับสายการผลิต คาเยนน์ (Cayenne) และ พานาเมร่า (Panamera) ในช่วงระหว่างปี 2011 ถึง 2013 บริษัทผู้ผลิตรถสปอร์ตชั้นนำของโลกแห่งนี้ ได้ลงทุนมากกว่า 500 ล้านยูโร และว่าจ้างบุคลากรอีกกว่า 1,500 ชีวิต สำหรับขยายกำลังการผลิตให้แก่โรงงานแห่งนี้ โดยรวมไปถึงการก่อสร้างอาคารส่วนงานสีและตัวถังที่มีความทันสมัยสูงสุด และเมื่อไม่นานมานี้ โรงงานได้รับการพัฒนาอีกครั้งเพื่อรองรับสายการผลิต พานาเมร่า (Panamera) รุ่นใหม่ และเพิ่มจำนวนบุคลากรทั้งหมดมากขึ้นกว่า 4,000 คน ส่งผลให้ Leipzig กลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีความสำคัญและมีบทบาทอย่างยิ่งในแวดวงของนวัตกรรมและอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์ของโลก

โรงงานปอร์เช่ Leipzig ไม่เพียงแต่รับหน้าที่ในด้านการดำเนินธุรกิจการผลิตรถยนต์เท่านั้น แต่ยังมีส่วนในการส่งเสริมกิจกรรมต่างๆ ขององค์กร ในฐานะสนามทดสอบความเร็วสูง และสนามทดสอบในรูปแบบ off-road ผู้คน 47,000 คน ล้วนให้ความสนใจเดินทางเข้าเยี่ยมชมศูนย์รับรองลูกค้าในปีที่ผ่านมา ทั้งเพื่อสัมผัสยนตกรรมหลากหลายรุ่น หรือเข้าร่วมโปรแกรมการฝึกอบรม และเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมต่างๆ บนพื้นที่ 5,200 ตารางเมตร ทั้งนี้ศูนย์รับรองลูกค้า ดังกล่าว สามารถมองเห็นได้จากระยะไกลในลักษณะของรูปทรง ‘เพชร’ จากสถาปัตยกรรมการออกแบบที่โดดเด่นสง่างามราวกับอัญมณี ซึ่งหอคอยมีขนาด ความสูง 32 เมตร นับเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญ บ่งบอกถึงคุณค่าและความเหนือชั้นของโรงงาน ปอร์เช่ Leipzig“โรงงานปอร์เช่ Leipzig ได้รับการเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นสู่ระดับสูงสุดเพื่อรองรับการมาถึงของ มาคันน์ (Macan) ยนตกรรมสปอร์ต compact SUV สายการผลิตเดิมที่มีเพียงโรงงานประกอบชิ้นส่วนยานยนต์ ได้รับการปรับเปลี่ยนให้สามารถดำเนินงานได้ด้วยความสมบูรณ์แบบจากส่วนขยายของอาคารงานสีและตัวถัง ที่ตั้งอยู่ในสายการผลิตเดียวกัน ถือได้ว่าเป็นการก้าวเข้าสู่จุดหมายอีกขั้นที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดสำหรับโรงงาน Leipzig แห่งนี้” ข้างต้นเป็นคำอธิบายจาก Sieg-fried Bülow ประธานกรรมการบริหารของ Porsche Leipzig GmbH นอกจากนี้เขายังให้ความเห็นเพิ่มเติมอีกว่า “โรงงานของเราตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ด้านหน้าของเมือง Leipzig ซึ่งได้รับการ กล่าวขานถึงในฐานะของโรงงานผลิตรถยนต์ที่มีความทันสมัยและมั่นคงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โรงงานปอร์เช่ Leipzig คือตัวแทนที่เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงมาตรฐานของคุณภาพชั้นเลิศ อาทิ เราคือโรงงานอุตสาหกรรมที่ได้รับรางวัลอันดับหนึ่งในด้านของคุณภาพการผลิตจากสถาบัน จัดอันดับ J.D. Power ที่มีชื่อเสียง ด้วยผลสำรวจในปี 2014 ยิ่งไปกว่านั้น โรงงานปอร์เช่ Leipzig คือความภาคภูมิใจของเรา ด้วยประสิทธิภาพการผลิตชั้นเลิศจากแนวคิด lean production กระบวนการทางด้าน logistic รวมทั้งระบบ IT ที่ชาญฉลาด”เกี่ยวกับ โรงงานปอร์เช่ Leipzig
สายการผลิตที่เน้นปริมาณโดยยังคงให้ความสำคัญกับการกำหนดคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ตามความต้องการที่หลากหลายหรือ customisation ด้วยงานฝีมือของผู้ชำนาญงาน: โรงงานปอร์เช่ Leipzig คือบรรทัดฐานใหม่ของกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์ ผลลัพธ์จากความเป็นเลิศของขั้นตอนการปฏิบัติงานและระบบบริหารจัดการด้าน logistic อันสลับซับซ้อน ยนตกรรมปอร์เช่ที่ถือกำเนิดขึ้นภายในโรงงานแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็น คาเยนน์ (Cayenne), พานาเมร่า (Panamera) และ มาคันน์ (Macan) ล้วนแล้วแต่ได้รับการประกอบขึ้นจากสายการผลิตเดียวกันทั้งสิ้น กำลังการผลิตในปัจจุบันของโรงงานปอร์เช่ Leipzig คือศาสตร์และศิลป์ที่ผสมผสานแนวคิดแบบ lean production ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการขนส่งอัจฉริยะ มั่นใจได้ในคุณภาพและประสิทธิภาพของ ยนตกรรมปอร์เช่ทุกคันคุณภาพของขั้นตอนการผลิตปอร์เช่ มาคันน์ (Macan)

ส่วนงานตัวถัง (Bodyshop)
หุ่นยนต์ทั้งหมดกว่า 387 ตัว ทำหน้าที่เชื่อมต่อชิ้นส่วนกว่า 6,000 จุด สำหรับการประกอบตัวถังของ มาคันน์ (Macan) บนพื้นที่ปฏิบัติงานอันกว้างขวางถึง 35,000 ตารางเมตร ซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับสนามฟุตบอล 5 สนามรวมกัน ในส่วนงาน แห่งนี้ เป็นที่ซึ่งชิ้นส่วนตัวถังน้ำหนัก 500 กิโลกรัมของปอร์เช่ มาคันน์ (Macan) ที่มีความแข็งแกร่งและทนทาน พร้อมรับแรงบิดสูงสุดจากกระบวนการขึ้นรูปด้วยวัสดุผสมระหว่างอลูมิเนียมและเหล็กกล้า ถูกประกอบเข้าด้วยกันจากชิ้นส่วนย่อยกว่า 386 ชิ้น

ส่วนงานสี (Paint shop)
ตัวถังของปอร์เช่ มาคันน์ (Macan) จะถูกนำมาผ่านขั้นตอนการทำสีเป็นระยะเวลากว่า 15 ชั่วโมง ในส่วนงานสี ทั้งนี้ตัวถังดังกล่าวจะได้รับการพ่นสีตามคำสั่งผลิตจากสีทั้งหมดที่มีให้เลือกมากถึง 11 เฉดสีด้วยกัน ลูกค้าสามารถเลือกสรรสีตัวถังของปอร์เช่ มาคันน์ (Macan) ได้ตามความพึงพอใจ ส่วนงานสีของโรงงานแห่งนี้ คือหนึ่งในสถานที่ที่มีการนำพลังงานมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดแห่งหนึ่งของโลก ตัวอย่างเช่น: 80 เปอร์เซ็นต์ของพลังงานความร้อนที่จำเป็นสำหรับขั้นตอนการทำงาน ได้รับจากการเผาไหม้ที่เกิดขึ้นผ่านโรงไฟฟ้าแบบ biomass ภายนอกส่วนงานสีส่วนงานประกอบ (Assembly)
ถึงแม้ว่าในสายการผลิตปัจจุบันของโรงงานแห่งนี้ จะเต็มไปด้วยความสลับซับซ้อนของการผลิตยนตกรรมปอร์เช่ร่วมกันถึง 3 รุ่น รถทุกคันล้วนแล้วแต่ผลิตขึ้นตามคำสั่งซื้อที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์อันแตกต่างหลากหลาย นับตั้งแต่การตกแต่งสี และงานตัดเย็บชิ้นส่วนหนังแท้ อย่างไรก็ตาม วงจรการผลิตภายในส่วนงานประกอบของโรงงานปอร์เช่ Leipzig ยังคงเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพและรักษากำลังการผลิตอันยอดเยี่ยมด้วยความสามารถในการประกอบปอร์เช่ มาคันน์ (Macan) จากขั้นตอนการประกอบถึง 235 ขั้นตอน จนเสร็จสมบูรณ์ได้ 1 คัน ในทุกๆ 2 นาทีเท่านั้น สิ่งที่เกิดขึ้นในส่วนงานดังกล่าว คือ ชิ้นส่วนบานประตูรถ อุปกรณ์ภายใน ชิ้นส่วนใต้ท้องรถ อุปกรณ์ภายนอก ตัวถังรถและระบบขับเคลื่อนจะได้รับการติดตั้งเข้าด้วยกัน สำหรับขั้นตอนสุดท้ายในส่วนนี้คือการปรับตั้ง การทำงานของระบบช่วยเหลือทั้งหมดในตัวรถ ระบบตัวถังรถและระบบไฟส่องสว่างจะได้รับการปรับแต่งรวมทั้งตรวจสอบอย่างละเอียดในทุกจุด จนกระทั่ง เสร็จสิ้นกระบวนการเมื่อเครื่องยนต์ถูกสตาร์ทขึ้นเป็นครั้งแรก รถยนต์ทุกคันจะต้องผ่านการทดสอบรอยรั่วและหลังจากนั้นจะถูกนำไปตรวจเช็คก่อนปล่อยออกจากสายการผลิตด้วยการขับขี่บนสนามทดสอบอีกครั้งศูนย์ตรวจสอบคุณภาพ (Quality centre)
เพื่อความมั่นใจในคุณภาพสูงสุดของผลิตภัณฑ์ ปอร์เช่จึงได้ทำการรวบรวมทุกสิ่งทุกอย่างที่จำเป็นในการรับประกันคุณภาพของรถยนต์ทุกคัน ซึ่งประกอบด้วยเครื่องมือสำหรับการทดสอบโดยเฉพาะถึง 10 รูปแบบ เอาไว้บนพื้นที่ของศูนย์ตรวจสอบคุณภาพขนาด 6,000 ตารางเมตร พื้นผิวและรูปทรงของตัวถังภายนอกในปอร์เช่ มาคันน์ (Macan) และ พานาเมร่า (Panamera) จะถูกตรวจสอบอย่างพิถีพิถัน เพื่อเป็นการยืนยันขนาดมิติตัวถังที่ถูกต้องแม่นยำ ไร้ข้อผิดพลาดใดๆ

การบริหารจัดการด้าน Logistics: กำหนดบรรทัดฐานของกระบวนการผลิตยุคใหม่
ในทุกๆ วันของการปฏิบัติงาน แผ่นพาเลทรองรับชิ้นส่วนกว่า 25,600 แผ่น จะได้รับการขนส่งลำเลียงออกจากโรงงานปอร์เช่ Leipzig อย่างไม่หยุดหย่อนด้วย รถบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ประมาณ 550 คัน: ในกระบวนการผลิตการบริหารจัดการด้าน logistic ที่มีประสิทธิภาพคือหัวใจสำคัญที่จะขาดเสียไม่ได้ การขนส่งนับเป็นความท้าทายหลักประการหนึ่งของงานบริหาร เนื่องจากส่วนประกอบที่เต็มไปด้วยความหลากหลายของรถยนต์ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีศักยภาพในการจัดส่งชิ้นส่วนที่จำเป็นให้แก่รถยนต์ที่ถูกต้องภายในเวลาที่ต้องการ และนี่คือความสำเร็จที่สร้างความภูมิใจให้ระบบสายการผลิตของปอร์เช่เป็นอย่างมาก

เป้าหมายของเรา: ยนตกรรม compact SUV สายพันธุ์สปอร์ต
ตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนกระทั่งสิ้นสุด ปอร์เช่ มาคันน์ (Macan) ได้ผ่านกระบวนการออกแบบพัฒนา ทดสอบและผลิตขึ้นอย่างประณีตตามหลักปรัชญาในการทำงานของปอร์เช่ทุกประการ ผลลัพธ์สุดท้ายคือยนตกรรมสปอร์ตในเรือนร่างของ com-pact SUV คันแรกจากปอร์เช่ ถือกำเนิดขึ้นด้วยคุณภาพการผลิตขั้นสุดยอดจากโรงงานปอร์เช่ Leipzig ที่เราภาคภูมิใจ พร้อม ส่งมอบความตื่นเต้นเร้าใจจากสมรรถนะการขับขี่เหนือระดับให้แก่ลูกค้าทั่วโลก

ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการ ได้สร้างความเชื่อมั่นในด้านการดูแลหลังการขายให้กับลูกค้าปอร์เช่ทุกท่านด้วยทีมวิศวกรที่ผ่านการทดสอบระดับเหรียญทอง (ZPT3 Gold Theory Test & Recertification) ถึง 12 คน ซึ่งถือว่ามีจำนวนมากที่สุดของศูนย์รถยนต์ปอร์เช่ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคทั้งหมด 13 ประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญในเรื่องการให้บริการหลังการขาย โดย เอเอเอส ทุ่มงบการอบรมวิศวกรของเราให้มีคุณภาพสูงสุดตามนโยบายหลักของบริษัท ที่ว่า “เอเอเอส ดูแลทั้งรถและคุณ AAS Looking after YOU and your CAR” เพื่อให้ท่านมั่นใจได้ว่า AAS The Name you can Trust ซึ่งพิสูจน์ให้ท่านได้เห็นแล้วตลอดระยะเวลาดำเนินงานมากกว่า 30 ปี

Comments are closed.