ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ รถดี เทคโนโลยีเด่น ช่วงล่างแน่น แต่ศูนย์ห่วย ว่าแย่จัง !!

0

ล่าสุดได้มีโอกาศไปลองขับรถยนต์ใหม่ของค่ายเมกา อย่างฟอร์ดเอเวอเรสต์ ที่เค้าเรียกว่า SUV แต่จริงๆแล้วมันมาขายในบ้านเราจะอยู่ในเซ็กเม้นท์ PPV เพราะจ่ายภาษีเป็น PPV เข้าใจง่ายๆคือรถที่มีพื้นฐานมาจากกระบะ ประเทศอื่นเค้าไม่มีเซ็กเม้นท์ PPV กันเค้าเลยเรียก SUV แต่ด้วยฟอร์ดอยากจะใช้ช่วงล่างหลังเป็นคอยล์สปริง เลยต้องทำรถกระบะหัวเดียว 4×4มารุ่นนึงที่ช่วงล่างหลังเป็นคอยล์สปริง มาขายโดยเน้นขายให้ครบตามกำหนดของรัฐบาล เรียกว่าขายแม้มไปงั้นๆอ่ะ ประเด็นคือกรูจะจ่ายภาษีรถเอเวอเรสต์ เป็น PPV โอเครป่ะ เลยจำเป็นต้องทำรุ่นหัวเดียวขับ 4 นี้ออกมาขาย แต่ผมว่าไอ้รุ่นนี้ก็น่าสนใจไม่น้อย ใครจะโง่ไปจ่ายภาษีเป็น SUV ราคาได้แพงหูดับดิ แบบนี้ดีกว่าเยอะ

เข้าเรื่องกันดีกว่า รูปร่างหน้าตา ของฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ ดูบึกบึนดูดัน โหดสึด !! แตกต่างจาก ฟอร์จูนเนอร์ และปาเจโร่ สปอร์ต โดยสินเชิง กระจังหน้ารูปหกเหลี่ยมขนาดใหญ่ที่ตกแต่งด้วยโครเมียม ขนาบข้างด้วยไฟหน้าโปรเจคเตอร์แนวนอนขนาดพอเหมาะล้อมด้วยไฟเดย์ไลท์ LED เสริมความสวยงาม ด้านล่างเสริมด้วยกันชนสีเทาแบบ 3 มิติ และไฟตัดหมอก เมกาฟุดๆ ฝากระโปรงหน้าโหนกนูน น่าสัมผัส รูปทรงอวบอ้วนน่าทะนุถนอม ตัวถังรถขนาดใหญ่โตมโหฬารโดดเด่นฟุดๆ ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ดีไซน์สวยเข้ม คิดถึงตอนเปลี่ยนมั้ยหน้ามืดเลยครับ (แต่คนซื้อคันนี้คงต้องมีสตางค์อยู่แล้ว ชะมะ) ไฟท้าย LED สว่างโดดเด่นชัดถึงดวงจันทร์ เชื่อมต่อกันด้วยเส้นแถบโครเมียมดูสวยงามไม่เสี่ยว และชุดกันชนหลังที่ช่วยเสริมความดุดัน ว๊าวๆๆๆ

new everest01

ภายในห้องโดยสารใหญ่มากๆ วิ่งไล่จับได้ตกแต่งอย่างหรูหราไฮโซ ด้วยโทนสีเบจ มันจะสกปรกมั้ยละ ลูก หรือแฟนมือ-เท้าเปื้อนขึ้นรถมาดำหมดแน่นอน(ด่าไม่ได้ด้วย)จากสะอาดสีเบจ หรูหรา นานวันเข้าสกปรกดำกล้ายเป็นสลัมเอาง่ายๆ เค้ามีภายในสีเทาดำนะ แต่ยังไม่ขายบ้านเรา(รอเก็บไว้ตอนไมเนอร์เชนจ์ใช่มั้ยละรู้นะ) เบาะนั่งจัดเต็มมีถึง 3 แถวแต่ไม่แน่นเหมือนรถตู้วิน เบาะแถวที่ 2 แถวที่ 3 พับด้วยระบบไฟฟ้าอีกนั้นสวดยอด ประตูหลังก็เปิดขึ้นลงด้วยระบบไฟฟ้า ส่วนอุปกรณ์ภายในรถจัดให้แบบเต็มๆเยอะไปหมด ขึ้นไปนั่งคิดว่าขับยานอวกาศ นี่ต้องผ่านครอสเรียนก่อนขับด้วยนะเดี๋ยวใช้ออฟชั่นไม่หมด ใช้ไม่เป็นอายเค้า หน้าจออินโฟเทนเม้นท์ขนาด 8 นิ้ว พร้อมระบบปฏิบัติการ Ford SYNC 2 รองรับคำสั่งเสียงได้ฉลาดด้วย ฟังสำเนียงภาษาอังกฤษห่วยๆอย่างผมออกด้วย แม่มสุดยอดขอคาราวะ คุยกับระบบ SYNC2 ไปนานๆก็เพลินดีนะ แก้เหงาได้ ฮาฮา ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกโซนซ้ายขวา แบบมึงหนาวแต่กรูร้อนไม่ต้องทะเลาะกันอีกต่อไป (ลดปัญหาครอบครัวได้เลยนะนี่ ฮาฮา ) คนนั่งก็มีแอร์ส่วนตัวนะได้ต้องห่วง และพวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่นรองรับการทำงานของระบบอินโฟเทนเม้นท์เต็มรูป แบบ ส่วนมาตรวัดออกแบบใหม่โดยเป็นเข็มวงกลมพร้อมหน้าจอแสดงผลคู่ ให้ข้อมูลการขับขี่ได้แบบจัดเต็ม ด้านบนหลังคาเป็น Panoramic Moonroof เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าไม่มีกันหนีบนะระวังอย่ายื่นหัวออกไปละโดดหนีบตายนะ ครัช

new everest02

มี 2 เครื่องยนต์ เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ขนาด 2,200 ซีซี กำลัง 160 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดขับ2 อีกรุ่นเป็นเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ขนาด 3,200 ซีซี ให้กำลัง 200 แรงม้าเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ขับ4 จากที่ลองขับทุกรุ่นนะ เอาเครื่อง 2.2 พอแล้วขับเท่ห์หล่อเหมือนกัน ผมว่าคงมีน้อยคนที่ซื้อรถแบบนี้ไปลุยทางโหดๆ ส่วนมาก็อย่ในเมือง และลุยนิดหน่อย ซึ่ง 2.2 ตอบโจยท์พอแล้ว

ผมเริ่มขับจากที่พักใช้ถนน ออนโร้ด ปกติ โดยขับรุ่นเครื่องยนต์ 2.2 ที่มี 160 ม้า ขับเคลื่อน 2 ล้อก่อนเปิดประตูเข้าไปนั่งก็สัมผัสได้ถึงความหรูหราน่าใช่มากเกือบทุกฟรัง ชั่นควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า กดคันเร่งออกตัวแหมม !!มันพุ่งดีเหลือเกิน การเร่งแซงก็ทำได้อย่างรวดเร็วทันใจวัยรุ่น รถคันใหญ่และวิ่งได้ขนาดนี้ตรบมือรัวๆๆ การขับในตัวเมืองอาจจะมุดไปตามช่องไม่ค่อยถนัดนักเพราะด้วยขนาดรถที่ใหญ่ แต่ขับง่ายเพราะมีพวงมาลัยที่สุดยอดจับถนัดมือ สามารถปรับเปลี่ยนน้ำหนักได้ตามความเร็วทำให้ขับง่ายขึ้นเยอะ ไม่ค่อยได้ลองอัตราเร่งเท่าไหร่นักเพราะวิ่งเป็นขบวนฝรั่งมันกลัวเลยให้ขับ ช้าๆ ไม่เกิน 90 กม./ชม. แต่ก็แอบกดได้บางจังหวะความเร็วเพิ่มขึ้นแบบต่อเนื่องและลื่นไหลเครื่องยนต์ ทำงานผสานกับเกียร์อัตโนมัติ 6สปีดได้อย่างลงตัว แรงเหลือๆครับผม ตัวเครื่อง 2.2 ขับ2 ช่วงออกตัวทำได้ดีกว่าตัวท็อปอย่าง 3.2 ขับ 4 ซะอีกจะบอกให้ แต่ที่ไม่ชอบและทำให้เมื่อยตรีนมากคือที่พักเท้า แหมม มันมีครึ่งเดียววางพักได้ครึ่งตรีน เมื่อยสุดๆ ไมเนอร์เชนจ์ของแบบวางเต็มตรีนหลับเต็มตื่นนะครับ

new everest06new everest04 new everest05

ช่วงล่างเป็นอีกจุดทีโดดเด่นฟุดๆไฮโซมากและเป็นครั้งแรกที่รถยนต์ PPVใช้ช่วงล่างแบบนี้ คือ ระบบกันสะเทือนหน้าแบบอิสระปีกนก 2 ชั้น ดับเบิ้ลวิชโบน พร้อมคอยล์สปริง และเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังเป็นแบบคอยล์สปริงพร้อมวัตต์ลิงค์และเหล็กกันโคลง พูดเลย !! ว่าสุดติ่งกระดิ่งแมวมาก หนึบ นุ่มนวลชวนฝัน ดูดซับแรงสะเทือนจากพื้นผิวของถนนได้ดี จั๊มคอสะพานก็ไม่มีปัญหา หรือจะเค้าโค้งด้วยความเร็วก็ยังคงมั่นใจแถมมีพวงมัยที่ดีคุมง่ายเฉียบคม ยิ่งขับสนุกกันไปใหญ่

มาถึงเส้นทางออฟโร้ดบ้างเปลี่ยนรถเป็นตัวขับ 4 เครื่อง 3.2 ที่มีม้าถึง 200 ตัว (โหๆม้าเยอะขนาดนี้ระวังโดนตำรวจจับติดคุกตลอดชีวิตนะ ฮาฮา ล้อเลง ) ยาเสพติดไม่ดีๆๆ แต่ม้าในรถดีนะครับ ออกตัวอาจจะสู้ตัว 2.2 ไม่ได้มีอาการหน่วงๆอื้ออึง แต่ก็ไม่ถึงกับอืดหนืดนะพอได้อยู่ ความเร็วปลายก็ไหลดีขับสนุก แต่ซะใจมากตอนลุยออฟโร้ด ขับง่ายมากเรียกได้ว่าใครก็ขับได้เลย เพราะมีระบบช่วยอย่าง Terrain Management System เป็นระบบที่ช่วยปรับการทำงานของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้ทำงานได้เหมาะสมกับพื้นผิวถนน โดยมีให้เลือกถึง 4 แบบ ได้แก่ พื้นผิวทั่วไป เหมาะกับท้องถนนในเมือง พื้นหิมะ กรวด หรือหญ้า เหมาะกับพื้นผิวที่ร่วนและลื่น พื้นทราย ซึ่งช่วยจัดกำลังของรถอย่างเหมาะสม และพื้นหิน ควบคุมการส่งกำลังสำหรับการปีนป่ายบนพื้นหินได้อย่างเต็มที่ แต่อย่าให้เสียนะครับไฟฟ้าล้วนๆงานเข้าแน่นอน
เค้าบอกมาว่าลุยน้ำสูงถึง 80 เซนติเมตร น้ำท่วมที่ไหนบอกไม่ต้องเพิ่งเรือแล้ว มีมุมไต่ด้านหน้าถึง 29 องศา มุมคร่อม 21 องศา และมุมจากด้านหลัง 25 องศา พร้อมความสูงจากพื้นรถ 22.5 เซนติเมตร เรียกได้ว่าขับได้ทุกพื้นผิวยันผิวดาวอังคาร ผ่านได้ทุกเนินจิงๆนะตัวเทอ:)

new everest07

ระบบความปลอดภัยมีให้อย่างเกินคุ้ม ตั้งแต่ถุงลมนิรภัย 7 จุด ระบบเบรก ABS และ EBD ระบบช่วยการทรงตัว ESC ระบบช่วยออกตัวบนเนิน HLA ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล ระบบป้องกันรถพลิกคว่ำ ระบบตรวจจับรถในจุดบอด ระบบตรวจจับรถขณะออกจากช่องอุด ระบบล็อกความเร็วเมื่อลงจากเนิน และกล้องมองหลัง ระบบเพียบปลอดภัยแน่นอน ทุกชีวิตปลอดภัยใน ฟอร์ด (ใช่สโลแกนนี้ป่าววะ ฮาฮา )

เมื่อรถยนต์ออกมาแบบเพอร์เฟคฟุดๆ ที่เลือกก็คงต้องเป็นหน้าที่ของฟอร์ดประเทศไทยครับ ที่ต้องอบรมบ่มนิสัยเสียของศูนย์บริการของฟอร์ดที่สุดห่วย ปัดความรับผิดชอบ บริการไม่ดี จนลูกค้าเอือมไม่กล้าใช่ยี่ห้อนี้ คงต้องใช้เวลาอยู่พักใหญ่กว่าจะเรียกความเชื่อมั่นกลับมา แต่ขอให้ทำจริงๆนะครับอย่าขี้โม้เมื่อครั้งที่ผ่านๆมานะ Ford Everest มีรุ่นย่อยมีทั้งหมด 3 รุ่น เริ่มที่รุ่น 2.2 Titanium ราคา 1,269,000 บาท รุ่น 3.2 Titanium ราคา 1,459,000 บาท และรุ่น 3.2 Titanium Plus ราคา 1,599,000 บาท รถดีจิงแต่ถ้าจะซื้อคงต้องวัดใจกับศูนย์บริการกันหน่อย โปรดักซ์ มาดีแล้ว ติดเรื่องบริการอย่างเดียว

Comments are closed.