มาสด้าเกทับ !! ปี58 โตสูงสุดในตลาด ขาย 3.9 หมื่นคัน ปี59 จัดเต็ม!! ตั้งเป้าเพิ่ม10% หวังขาย4.4 หมื่นคัน เตรียมเปิด 7 รุ่นลุยตลาด

0

บริษัท มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย จำกัด เผยถึงความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจในปี 2558 ที่ผ่านมา จากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ มากที่สุดถึง 5 รุ่น ขายได้ถึง 39,000 คันเติบโตสูงสุดในตลาดถึง 15% ในขณะที่ปีนี้มาสด้ายังคงเดินหน้าสร้างความสำเร็จด้านยอดขาย เตรียมพร้อมการเป็นพรีเมียมแบรนด์ เตรียมเปิดตัวเข้าสู่ตลาดมากถึง 7 รุ่น พร้อมงัดกลยุทธ์การตลาดมาใช้อย่างเต็มที่ตลอดทั้งปี คาดว่าการแข่งขันของตลาดรถยนต์ในปีนี้จะดุเดือดมากกว่าทุกๆ ปีที่ผ่านมา  เพื่อกระตุ้นยอดขายให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดของตัวเองให้เป็นไปตามเป้าหมาย  ทั้งแคมเปญส่งเสริมการขาย ไปจนถึงการปรับราคาตามโครงสร้างภาษีใหม่ ถือเป็นบทพิสูจน์ความแข็งแกร่งของทุกแบรนด์อย่างแท้จริง

สำหรับยอดขายตลอดปี 2558 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปีที่มีการเปิดตัวรถยนต์มากที่สุดถึง 5 รุ่น สามารถสร้างยอดขายกว่า 39,000 คัน โตขึ้น 15% ครองส่วนแบ่งทางการตลาด 5% ขึ้นแท่นอันดับ 3 ของตลาดรถเก๋ง โดย แบ่งเป็นมาสด้า 19,091 คัน เพิ่มขึ้น 181% คิดเป็น 8.9% ของส่วนแบ่งทางการตลาด บีที 50 โปร 8,054 คัน ลดลง 38% คิดเป็น 2.5% ของส่วนแบ่งทางการตลาด มาสด้า 3 จำนวน 7,143 คัน ลดลง 20% คิดเป็น 17.3% ของส่วนแบ่งทางการตลาด CX-5 จำนวน 1,321 คัน ลดลง 32% คิดเป็น 3.1% ของส่วนแบ่งทางการตลาด ที่เหลือเป็น MX-5 จำนวน 28 คัน และ CX-9 จำนวน 2 คัน

ส่วนแผนธุรกิจปี 2559 ด้วยการเตรียมส่งรถใหม่และรุ่นปรับโฉมผลิตภัณฑ์รวม 7 รุ่น ควบคู่กับการสร้างแบรนด์ต่อเนื่อง แม้ภาวะตลาดและเศรษฐกิจจะซบเซา มาสด้ายังมองบวก ตั้งเป้ายอดจำหน่ายทั้งปี 44,000 คัน คาดตลาดรวมในประเทศอยู่ที่ 8 แสนคัน

นายฮิเดซึเกะ ทาเกซึเอะ ประธานกรรมการ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในปี 2559 นี้ เตรียมเปิดตัวรุ่นใหม่แบบปรับโฉม 7 รุ่น พร้อมสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ อย่างต่อเนื่อง เน้นโซเชียลมีเดียในการสื่อสารกับผู้ค้า สำหรับตลาดรถยนต์ไทยในปี 2559 นั้น ในช่วงไตรมาสแรกยังคงได้รับอิทธิพลจากภาวะเศรษฐกิจของปีที่ผ่านมา เป็นช่วงที่กำลังฟื้นตัว โดยจะเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติในช่วงครึ่งปีหลัง และจะเห็นแววความสดใสชัดเจนขึ้นในตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่สอง โดยจะเป็นการเติบโตขึ้นอย่างช้าๆ เนื่องจากปีที่ผ่านมาแม้ว่ากำลังซื้อจะมีน้อยก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาจากยอดขายของปีที่ผ่านมา มาสด้ายังสามารถเดินหน้าได้ตามแผนงานอย่างมั่นคง อย่างไรก็ตามมาสด้ายังคงเชื่อมั่นว่าตลาดรถยนต์ในปีนี้จะมียอดขายทะลุถึง 8 แสนคัน อันเนื่องมาจากกำลังซื้อยังมีอยู่อีกมาก โดยเฉพาะรถยนต์นั่งและรถอเนกประสงค์เอสยูวี ซึ่งมาสด้าได้พิสูจน์ให้เห็นมาแล้วจากยอดการขายรถเก๋งที่สามารถก้าวขึ้นมาครองอันดับ 3 ของตลาด ในขณะที่ปีนี้มาสด้ามองว่าเซ็กเม้นของรถอเนกประสงค์เอสยูวีจะเป็นอีกรุ่นที่สอดแทรกเข้ามา โดยเฉพาะมาสด้ามั่นใจว่าจะสามารถครองก้าวขึ้นเป็นผู้นำในเซ็กเม้นต์นี้

ตลาดรถยนต์และสภาวะเศรษฐกิจในปีที่ผ่านมา พบว่าพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป มีความต้องการรถยนต์ที่สามารถตอบโจทย์กับการใช้งานอย่างครบครัน มีการค้นหาเปรียบเทียบข้อมูล ไตร่ตรองมากขึ้น และไม่บริโภคสินค้าตาม   เทรนด์กระแสของตลาด ทำให้มาสด้าเพิ่มช่องทางการสื่อสารให้หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะการสื่อสารในรูปแบบดิจิตอลที่สามารถเจาะถึงกลุ่มลูกค้าได้ตรงกลุ่มเป้าหมายจนกลายเป็นเครื่องสำคัญ และเข้ามามีบทบาทในการสื่อสารมากขึ้น เมื่อพิจารณาจากยอดขายรวมของตลาด พบว่ารถยนต์ที่มีราคาตั้งแต่ 5 แสนบาทขึ้นไปจนถึงราคาที่สูงระดับ  1 ล้านบาท มียอดจองเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  ในขณะเดียวกันมีรถยนต์อีโคคาร์เข้ามาทำตลาดหลากหลายค่าย เสนอขายในราคาสบายกระเป๋า เพื่อรับกับสถานการณ์รัดเข็มขัด แต่กลับต้องอัดแคมเปญส่งเสริมการขายอย่างหนักเพื่อจูงใจผู้บริโภค ทำให้เกิดภาพที่ชัดเจนว่าปัจจัยที่ผู้บริโภคใช้ในการตัดสินใจซื้อไม่ใช่เพียงสินค้าราคาถูก หรือแคมเปญส่งเสริมการขายเท่านั้น แต่สิ่งที่ทำให้เกิดการซื้อขายในยุคปัจจุบัน คือ สินค้าที่สามารถตอบสนองได้ครบทุกความต้องการที่มาพร้อมกับราคาที่เหมาะสม ซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ทางการตลาดที่มาสด้าใช้ในการสร้างยอดในปี 2558  ที่ผ่านมา และประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายทั้งนี้ มาสด้าคาดการตลาดรถยนต์ในปี 2559 ว่าจะโตขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ก้าวกระโดด แต่ในครึ่งปีหลังน่าจะเห็นภาพชัดและคึกคักขึ้นกว่าครึ่งปีแรก มองศักยภาพตลาดเมืองไทยมีกำลังการซื้อที่ดีอยู่

ในส่วนของสายการผลิตนั้น ในปีที่ผ่านมา มาสด้าสามารถผลิตได้ตามเป้าทั้งการขยายสายการผลิตรถยนต์นั่งเพื่อส่งขายทั้งภายในไทยและต่างประเทศ มีการเริ่มเปิดสายการผลิตทั้งเครื่องยนต์ และเกียร์อัตโนมัติ ณ โรงงานแห่งใหม่ มาสด้า พาวเวอร์เทรน แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) ได้อย่างราบรื่น ตอกย้ำความมุ่งมั่นของมาสด้าที่จะส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในการผลิต และเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของมาสด้าทั่วโลก นอกเหนือจากที่เมืองฮิโรชิมา และเมืองโฮฟุ ประเทศญี่ปุ่น พร้อมกับมีการลงทุนในประเทศจีน และเม็กซิโก เพื่อขยายธุรกิจ และตอบรับกับยอดขายที่มาสด้าที่คาดว่าจะโตขึ้น 10% จากปีที่ผ่านมา หรือประมาณ 44,000 คัน และตั้งเป้าส่วนแบ่งทางการตลาดสูงถึง 5.5% ซึ่งจะเป็นเป้าที่สูงที่สุดที่เคยมีมา สำหรับยอดรวมของตลาดรถยนต์ของไทยในปีนี้คาดว่าจะจบที่ 800,000 คัน ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา

Comments are closed.