รู้กันยัง !! พาสปอร์ตรถเล่มม่วง ใช้ได้แค่ลาวเท่านั้นนะจ๊ะ อย่ามั่ว

0

 

กรมการขนส่งทางบก แจง!!! พาสปอร์ตสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล (เล่มสีม่วง) เป็นความตกลงร่วมกันเฉพาะไทย-ลาวเท่านั้น ส่วนการนำรถออกไปใช้ในประเทศอื่นๆ ในอาเซียนไม่ต้องใช้พาสปอร์ตรถ แต่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อกำหนดการนำรถเข้าเฉพาะแต่ละประเทศ

นายจิรุตม์ วิศาลจิตร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า จากการที่มีการเผยแพร่ข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ว่า พาสปอร์ตรถยนต์สามารถนำไปใช้ได้ทันทีในกลุ่มประเทศอาเซียน 7 ประเทศโดยไม่ต้องทำเรื่องขออนุญาตใดๆ เพิ่มเติมนั้น กรมการขนส่งทางบกขอชี้แจงว่า กรณีดังกล่าวเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน และขอความร่วมมือยุติการเผยแพร่ข้อความที่สร้างความสับสน เนื่องจาก หนังสืออนุญาตรถระหว่างประเทศหรือพาสปอร์ตรถ ประเภทรถยนต์  ส่วนบุคคล (เล่มสีม่วง) ปัจจุบันกำหนดให้ต้องดำเนินการเฉพาะการนำรถเข้า สปป.ลาว ประเทศเดียวเท่านั้น

ซึ่งเป็นการทำความตกลงร่วมกันระหว่างไทย-ลาว ให้สามารถนำรถยนต์ รถโดยสาร และรถบรรทุกไปใช้ในประเทศลาวได้  โดยต้องมีเอกสารกำกับรถให้ครบถ้วน ตามระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการออกเอกสารและเครื่องหมายกำกับรถเพื่อนำไปใช้ระหว่างประเทศ ประกอบด้วย พาสปอร์ตรถ เครื่องหมายแสดงประเทศ หรือสติ๊กเกอร์ ตัว T สำหรับติดรถ หนังสือรับรองการตรวจสภาพรถเพื่อการใช้รถนอกราชอาณาจักร ใบคู่มือจดทะเบียนรถที่แปลเป็นภาษาอังกฤษ แผ่นป้ายทะเบียนรถที่เป็นภาษาอังกฤษ และ ใบอนุญาตขับรถแบบสมาร์ทการ์ด (แบบพลาสติก) ซึ่งจะแสดงข้อมูลเจ้าของบัตรเป็นภาษาอังกฤษกำกับ

นายจิรุตม์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการขอรับพาสปอร์ตรถ สามารถยื่นคำขอพร้อมหลักฐานได้ที่สำนักงานขนส่งทุกแห่งทั่วประเทศ โดยมีอัตราค่าธรรมเนียม 55 บาท หลักฐานที่ใช้ ได้แก่ สมุดคู่มือจดทะเบียนรถหรือสำเนา     บัตรประจำตัวประชาชนเจ้าของรถ สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล (กรณีเป็นรถนิติบุคคล) และหนังสือมอบอำนาจ (กรณีไม่ได้มาดำเนินการด้วยตนเอง) กรณีรถยนต์ติดไฟแนนซ์ต้องมีหนังสือยินยอมจากบริษัท ไฟแนนซ์ ให้นำรถออกนอกประเทศได้

โดยจะได้รับพาสปอร์ตรถพร้อมเครื่องหมายแสดงประเทศ ภายในวันที่ยื่นคำขอ โดยพาสปอร์ตรถจะมีระยะเวลาสิ้นอายุ ตรงตามกำหนดวันสิ้นอายุภาษีรถประจำปี ส่วนการแปลหนังสือรับรองการตรวจสภาพรถ และใบคู่มือจดทะเบียนรถเป็นภาษาอังกฤษ สามารถติดต่อได้ที่สำนักงานขนส่งทุกแห่งทั่วประเทศ และสำหรับ การขอรับแผ่นป้ายทะเบียนรถที่เป็นภาษาอังกฤษ ติดต่อได้เฉพาะสำนักงานขนส่งเขตพื้นที่ที่รถนั้นจดทะเบียนอยู่เท่านั้น และจะได้รับป้ายนับจากวันที่ยื่นเรื่อง 15 วันทำการ

นายจิรุตม์ กล่าวทิ้งท้ายว่า การนำรถยนต์ส่วนบุคคลออกไปใช้ระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน นอกเหนือจาก สปป.ลาว กรมการขนส่งทางบกจะดำเนินการแปลเฉพาะคู่มือจดทะเบียนรถเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น โดยในส่วนของเอกสารประกอบการขอผ่านแดนที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองทั้งฝั่งไทยและฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงข้อกำหนดเงื่อนไขอื่นๆ จะเป็นไปตามข้อกำหนดแต่ละประเทศ ทั้งนี้ ขอให้ผู้ที่จะนำรถไปใช้ในต่างประเทศศึกษาข้อมูลเกี่ยวการเดินทางไปประเทศเพื่อนบ้านให้มากที่สุด ศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้อง กฎจราจร ศึกษาเส้นทาง สภาพท้องถนน และต้องเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ให้มากขึ้นเพื่อความปลอดภัย

Comments are closed.