ลองขับแบบสั้นๆ .. สั้นมาก กับ ปาเจโร่ สปอร์ต ใหม่

0

TESTDRIVE_0039

หลังจากที่เปิดตัวไปแล้วในงานขายรถอย่างBIG MOTOR SALE ผู้คนให้ความสนใจเข้ามาดูอย่างบร้าคลั้งเล่นเอาเซลส์นี่ยืนแจกโปรชัวร์ บอกหมดแล้วค้าบ ไม่มีอะไรจะให้ละหมดทุกอย่าง ไม่ใช่อะไรนะ เพราะรถมันไม่มีจอดโชว์ที่ไหนเลยมีโชว์ในงานนี้ที่เดียว ฮาฮา !! ใครพลาดไปดูงานนี้ มิตซูบอกดูอีกทีตุลาเลย แหมม ขายรถแต่รถไม่พร้อม ไม่มีโชว์ในโชว์รูม ต้องยอมรับพี่เค้าจริงๆ มั้นใจในโปรดักซ์ตัวนี้มาก แต่มองๆไปมันก็สวยดีนะ เนื่องจากรถพี่เค้าไม่พร้อมแต่จำเป็นต้องทดสอบเพราะลูกค้ากลุ่มใหญ่รออ่านข้อมูลศึกษาก่อนตัดสินใจซื้อ ข้อมูลจากทางอื่นก็ไม่มี ให้ลูกค้าไปดูที่โชว์รูมก็ไม่มีรถจะโชว์อีก

เลยจัดการทดสอบ ไม่เอาดีกว่าเรียกทดสอบไม่ได้ เรียกไปลองลูบคลำ ลองนั่งให้เป็นบุญตรูด และขึ้นไปขับแบบเบาๆ แค่นั้น โดยเราไปแตะๆรถปาเจโร่ สปอร์ตกันที่สนามทดสอบ ของมิตซูบิชิ ที่ลึกลับ เหมือนเชฟเฮ้าเก็บเด็ก เอาละๆไหนๆก็ตื่นเช้ามาละมาลองกันหน่อยดีกว่า ดูจากรูปร่างหน้าตาภายนอก ด้านหน้าดูโดดเด่นเฟี้ยวฟ้าวมาก ที่มิตซูเรียกสไตล์Dynamic Shield(ไดนามิก ชิลด์)ไม่รู้แม่มสไตล์ไหน รู้แต่ว่ามันดูสวยเท่ห์มากโดนใจวัยรุ่นเต็มๆพี่น้อง แถมอัดออฟชั่นด้วยไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ Bi-LED แถมปรับแสงไฟหน้าอัตโนมัติ และไฟ LED Daytime Running  มีเฉพาะตัวท็อปกับลองท็อปนะ ตัวถูกไม่มี มาดูไฟท้ายแม่เจ้าLED ซะด้วยสวยงามล้ำสมัยมองเห็นแต่ไกลขับรถหนีเมียเที่ยวออกไปถึงหน้าปากซอยเมียยังเห็น วัยรุ่นเซง ฮาฮา แต่การออกแบบมันดูแปลกประหลาดขัดตายังไงไม่รู้(ส่วนตัวๆนะครัช) กันชนหน้าการออกแบบใหม่มีความโค้งมนรับกับไฟหน้าได้อย่างลงตัว โป่งข้างซุ้มล้อหน้า-หลัง ออกแบบใหม่ บันไดข้าง กันโคลน และฟังก์ชั่นอื่นๆ ได้รับการออกแบบให้ลงตัวกับตัวรถ พร้อมเส้นสายของตัวรถที่ให้อารมณ์ของการขับเคลื่อนไปข้างหน้า ง่อวววคำโครตเท่ห์ ฟิลลิ่งมันมาจริงๆล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 18 นิ้วที่สวยงามสมฐานะ เปลี่ยนยางทีหน้ามืดเลยมรึงเอ้ย..แต่ผู้ที่มีฐานะดีก็คงมิแคร์

All-New-Pajero-Sport-GT-4WD-interior_0011 (1) ภายในห้องโดยสารเน้นโทนดำดูสปอร์ต ตัดด้วยสีเงิน ผสานกับสีดำแบบ Piano Black ที่บริเวณแผงคอนโซลหน้า แผงประตู และคอนโซลกลางออกแบบให้สูงขึ้นเพิ่มความไฮโซ และง่ายในการใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ ทั้งเกียร์ ปุ่มปรับเลือกระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และปุ่มเบรกมือไฟฟ้า พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นหุ้มหนังแบบ 4 ก้านจับกระชับแน่นมือดี มาตรวัดความเร็ว และความเร็วรอบดูง่ายชัดเจนพร้อมจอแสดงข้อมูลอเนกประสงค์ที่แสดงผลข้อมูลได้หลากหลาย ทั้งอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ย ระยะทางขับขี่ที่เหลือจากปริมาณน้ำมันที่มีอยู่ในถัง รวมถึงแสดงการขับขี่ด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ในสภาพพื้นผิวถนนที่แตกต่างกันเมื่อเลือกโหมดการขับขี่แบบออฟโรด เบาะนั่งนุ่มนิ่มกระชับหลับสบายตลอดคืน เบาะคู่หน้าปรับระดับได้ 8 ทิศทางด้วยระบบไฟฟ้า ในขณะที่เบาะนั่งแถวที่สองสามารถแยกพับแบบ 60:40 ซึ่งพนักพิงสามารถปรับเอนและพับไปข้างหน้าเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการใช้งาน  ส่วนเบาะนั่งแถวที่สามสามารถแยกพับให้ราบไปกับพื้นห้องโดยสารเพิ่มพื้นที่ในการบรรทุกสัมภาระได้มากขึ้น เจ๋งวะขนจักรยานสบายเลย ทุกอย่างดูดีหมดอย่ามองหน้าจอ กับแผงควบคุมแอร์ออโตนะยกมาจากมิราจชัดๆ ภายนอกภายในโดยรวมก็ดูดีใช้ได้แตกต่างจากไทรทันอยู่มากโขเลยที่เดียว

เครื่องยนต์ดีเซลรหัส 4N15 แบบ 4 สูบ ไมเวค คลีนดีเซล ขนาด 2.4 ลิตร  เทอร์โบแปรผัน พร้อมการฉีดน้ำมันด้วยอัตราส่วนกำลังอัดต่ำเพียง 15.5:1 โดยให้กำลังสูงสุด 181 แรงม้าที่ 3,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตรที่  2,500 รอบต่อนาที สำหรับเครื่องยนต์แบบอลูมินัม อัลลอย บล็อก (Aluminum Alloy Block) ที่น้ำหนักเบา  เมื่อประสานการทำงานของระบบเกียร์อัตโนมัติอัจฉริยะ 8 สปีด  จึงประหยัดน้ำมันขึ้นถึง 17% เมื่อเทียบกับรุ่นที่ผ่านมาว๊าวๆๆประหยัดจริงป่าวไม่รู้เค้าบอกมาแบบนี้ แรงขับสนุกหรืออืดอาดยืดยาด ก็มิอาจรู้ได้ เพราะยังไม่ได้ลองกับการใช้งานจริงในครั้งนี้ได้ขับไม่ถึง 30 นาทีเลย เหมือนหยอดเหรียญเล่นของเล่นอ่ะ

เริ่มขับทดสอบแบบสั้นมากกัน โดยแบ่งเป็น 3 สถานีหลัก ประกอบด้วย Safety : ทดลอง 4 ระบบความปลอดภัย มีเจ้าหน้าที่ขับให้นั่งและบรรยายการทำงานของแต่ละระบบ ,Comfortable : เน้นเรื่องความสะดวกสบายในการขับและนั่ง และ Performance : ใช้รถรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ ขับบนถนนรอบนอกของสนาม

มาสถานีที่ 1 ก่อน คือ Safety ทดลองระบบความปลอดภัย โดยมีเจ้าหน้าที่ขับให้นั่งและบรรยายการทำงานของแต่ละระบบ เริ่มจาก Blind Spot Warning ระบบนี้จะทำหน้าที่เตือนว่ามีรถอยู่ในจุดบอดในระยะไม่เกิน 3 เมตร และทำงานที่ความเร็ว 20-140 กม./ชม. โดยจะมีไฟสัญญาณไฟเตือนบนกระจกมองข้างให้รู้ว่ามีรถอยู่นะในจุดอับสายตา และถ้าเปิดสัญญาณไฟเลี้ยวระบบจะส่งสัญญาณเสียงเตือนด่าให้ระวังนะมรึง พร้อมสัญญาณเตือนไฟกระพริบบนกระจกมองข้าง เรียกได้ว่าเตือนทุกอย่างถ้าไม่ฟังก็เรื่องของมรึงละ ระบบนี้ช่วยในการเลี้ยวเปลี่ยนเลนส์ หรือการแซงได้ดีทีเดียว

TESTDRIVE_0030

ระบบต่อมาคือ Forward Collision Mitigation System คือระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว และเบรกหยุดนิ่งโดยอัตโนมัติ ระบบจะประเมินระยะห่างจากรถคันหน้าในช่องทางเดียวกัน หากพบว่ามีความเสี่ยงที่จะชนรถคันหน้า ระบบจะส่งเสียงเตือนให้เบรก และจะเบรกให้เมื่อดูแล้วว่ามรึงแม้ไม่สนใจกรูเตือนเลย เบรกให้ก็ได้วะเบรกหัวทิ่มเลยทีเดียวขอบอก แต่มีข้อแม้ว่าต้องพวงมาลัยต้องตรง และความเร็วไม่เกิน 30 กม./ชม.คือเรื่องของเรื่องมิตซูเอาระบบนี้มาใช้มันเป็นเวอร์ชั่น 1 ซึ่งยังโง่อยู่ รถยุโรปที่เค้าใช้กันเป็นเวอร์ชั่น 2 แล้วจร้า เพราะฉะนั้นห้ามขับเกิน 30 กม./ชม โอเครแล้วถ้ารถไหลไปอย่าหักพวงมาลัย หากตกใจหักพวงมาลัยระบบนี้บอกตัวใครตัวมันครับ เลือกชนที่สบายใจเลย

TESTDRIVE_0036Multi-around Monitor กล้องมองภาพรอบคัน พร้อมเส้นแสดงทิศทางการเคลื่อนที่ของรถซึ่งแปรผันตามองศาการหมุนพวงมาลัย ทำงานด้วยกล้อง 4 ตัวรอบรถ ประมวลผลและแสดงภาพแบบภาพมุมสูง ผ่านมอนิเตอร์ที่คอนโซลกลาง ช่วยให้ผู้ขับมองเห็นภาพได้รอบตัวรถ ระบบนี้ผู้หญิงต้องชอบแน่ๆ เพราะมันช่วยให้การเข้าจอดทำได้ง่ายขึ้นมาก ไม่ต้องยึกยัก กรี๊ดกร๊าด ให้สามีออกไปโบก หรือเปิดกระจกดู ให้เสียฟอร์มอีกต่อไป นั่งทำเท่ห์ถอยอย่างมั่นใจ อวดไปว่ากรูถอยรถเก่งได้เลย ทั้งการจอดในช่องและการจอดขนานขอบทาง ภาพจากกล้องรอบรถและการแสดงภาพมุมสูง ช่วยให้จอดได้ตรงช่อง ไม่เอียงหรือเบี้ยวเป๊ะมากครับTESTDRIVE_0027Ultrasonic misacceleration Mitigation System ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะเมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงและรวดเร็ว ระบบตรวจจับวัตถุด้านหน้า หรือด้านหลังในระยะไม่เกิน 4 เมตร ในขณะที่เกียร์อยู่ตำแหน่ง D หรือ R หากมีการเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงและรวดเร็ว ระบบจะทำการตัดกำลังเครื่องยนต์ไว้ประมาณ 5 วินาที แต่ระบบจะทำงานที่ความเร็วต่ำกว่า 10 กม./ชม. เป็นอีกระบบที่ใช้งานได้จริงนะขอบอก เพราะเวลาตกใจรถไหล เข้าเกียร์ผิด จะได้ไม่พุ่งตกตึก ตกน้ำ หรือชนคันหน้า แต่ต้องเป็นการเหยียบคันเร่งแบบรวดเร็วนะ ถ้าค่อยๆเหยียบระบบไม่ทำงาน ถือว่าตั้งใจปล่อยชนนะจะบอกให้ แต่มีสติและมีสมาธิขณะขับขี่จะดีกว่านะครับTESTDRIVE_0031มาต่อที่สถานี Comfortable  เน้นเรื่องความสะดวกสบายในการขับและนั่ง พื้นผิวที่แตกต่างกันในสนามทดสอบที่ความเร็วประมาณ 40 กม./ชม.ทั้งฝาท่อ ถนนพังเป็นหลุมบ่อ คอสะพาน  จากที่ลองขับ และนั่งนะ ปาเจโร่ สปอร์ต ใหม่ นิ่มและนุ่มนวลกว่ารุ่นเดิมแต่ไม่นิ่มนุ่มจนย้วยนะครับ ดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้ดี และเก็บเสียงได้สวดยอด แต่ช่วงล่างอาจจะกระด้างกว่า ฟอร์ด เอเวอร์เรส ใหม่ เล็กน้อย แต่ผมชอบช่วงล่างของปาเจโร่นะ กระด้างเล็กๆขับสนุกดี ปิดท้ายด้วยการเข้าโหมดขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ 4H ซึ่งสามารถปรับได้ง่ายขณะรถกำลังวิ่งหมุ่นได้เลยแต่ต้องไม่เร็วเกินนะ แล้วขับอ้อมไพล่อนเพื่อทดสอบวงเลี้ยวที่แคบไม่แตกต่างจากตอนขับด้วยระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ แถมพวงมาลัยยังไม่มีอาการขืนเหมือนรถขับเคลื่อน 4 ล้อรุ่นเก่าTESTDRIVE_0043ปิดท้ายที่สถานี Performance ตรงนี้จะใช้รถรุ่นขับ 2 ล้อ ขับบนถนนรอบนอกของสนามด้วยความเร็วไม่เกิน 100 กม./ชม. เน้นทดสอบเรื่องความนุ่มนวลในการเปลี่ยนเกียร์ของเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ทั้งในโหมด D และ โหมด +/- โดยรอบแรกใช้โหมด D โดดขึ้นไปนั่งพร้อมการเร่งออกตัวของเครื่องยนต์พอใช้ได้ครับไม่ถึงกับจื๊ดจ๊าด แต่ก็ไม่อืดจนน่าเกียด ไม่แค่นี้อ่ะเค้าไม่ให้ขับเกิน 100 แต่เกียร์ 8 สปีดลูกใหม่นี้ทำงานผสานกับเครื่องยนต์ได้นุ่มนวล และหลื่นไหลดีครับ  แล้วขอลองเปลี่ยนมาเล่นแพดเดิ้ลชิพดูบ้างแต่ไม่รู้อ่ะไรเลยเพราะวิ่งช้าเกิ๊น รู้แต่ว่าไม่ชอบใจการวางตำแหน่งแพดเดิ้ลชิพ ใครคิดวะเอาไปติดไว้ที่คอพวงมาลัย ทำไมไม่ติดไว้ที่พวงมาลัยเวลาเลี้ยวจะได้หมุนตาม นี่มันไม่หมุนตามใช้งานโครตยากเลย การขับขี่ที่ความเร็วประมาณ 100 กม./ชม.รอบเครื่องยนต์ประมาณ 1,800 รอบ/นาที ซึ่งน่าจะส่งผลให้รถคันนี้ประหยัดน้ำมันอยู่นะครับ พวงมาลัยน้ำหนักดี ควบคุมง่ายสบายบรื๋อTESTDRIVE_0032การลองขับในครับนี้เป็นการทดลองขับแบบสั้นๆ สั้นมาก ในสนามปิดแถมนายญี่ปุ่นกลัวไม่อยากให้ขับเร็วเพราะรถไม่ค่อยมีกลัวเกิดอุบัติเหตุ วันนี้ตื่นแต่เช้าได้มากแค่นี้ละจร้า ถือว่ามาทำความรู้จักคุ้นเคยกับรถก่อนละกัน ส่วนรายละเอียดเรื่องอื่นๆนั้นเอาไว้รอติดตามในครั้งหน้าว่าเจ้าปาเจโร่ สปอร์ตคันนี้เมื่อออกไปลุยบนถนนแล้วจะเป็นอย่างไรคอยติดตามนะครับ

Comments are closed.