ส่องเครื่องยนต์ 1.5 VTEC TURBO ขุมพลังแห่ง HONDA CIVIC 2016     ผู้เดินทางสายกลาง แรงแต่ประหยัด !!

0

กระแสเครื่องยนต์ขนาดเล็กติดเทอร์โบ เริ่มหลังไหลเข้าสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่องแม้จะเป็นการไหลเข้ามาที่ช้ากว่าในหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งกำลังนิยมกันอย่างกว้างขวางสอดรับกับเรื่องของการประหยัดพลังงานและลดมลพิษเพื่อรักษาสภาพแวดล้อมของโลกให้ยั่งยืนออกไปมากขึ้น(ไม่รู้จริงไหม)

ไล่เรียงมาตั้งแต่เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ Ecoboost 1.0 ลิตร จากฟอร์ด เฟียสต้า เรียกเสียงฮือฮาในวงกว้างถึงสมรรถนะของเครื่องยนต์เล็กแต่แรงแถมยังประหยัดน้ำมัน แม้สุดท้ายในวันนี้จะยกเลิกการขายไปเพราะทำราคาให้โดนใจคนซื้อไม่ได้ แต่ไม่มีใครปฎิเสธเลยว่ามันคือเครื่องยนต์ชั้นดีผู้เปิดตลาดให้กับอีกหลายรุ่นที่จะตามมา อาทิ ดีเซล SKYACTIV-D 1,500 ซีซี. เทอร์โบแปรผัน และ ดีเซล 1.9 Ddi BluePower ที่มาพร้อม VGS Turbo ของอีซูซุ

ปูเรื่องมาก็เพื่อจะลากเข้าสู่ค่ายใหญ่ที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าพ่อตลาดรถยนต์นั่งเมืองไทย ด้วยข่าวคราวอันคึกโครมกับเตรียมเปิดตัว ฮอนด้า ซีวิค รุ่นใหม่ ที่จะเป็นตัวเบิกฤกษ์ตลาดเครื่องยนต์ขนาดเล็กอีกหนึ่งราย  ซึ่งกว่าจะถึงวันนั้น เรามาทำความรู้จักในเบื้องต้นกันก่อนดีไหม…กับเครื่องยนต์ VTEC TURBO รุ่นใหม่ ของค่ายฮอนด้า ว่า…เป็นอย่างไร !

honda vtec turbo15

ฮอนด้า เริ่มเปิดตัวเครื่องยนต์ VTEC TURBO รุ่นใหม่ ในช่วงปี 2013 เป็นเครื่องยนต์เทอร์โบหัวฉีดไดเรคท์ อินเจคชัน ที่เหมาะสำหรับรถยนต์ขนาดเล็กไปจนถึงรถยนต์ขนาดกลาง พัฒนาภายใต้เทคโนโลยี Earth Dreams มีทั้งหมด 3 บล็อก ประกอบด้วยบล็อก 3 สูบ 1.0 ลิตร บล็อก 4 สูบ 1.5 ลิตร และบล็อกใหญ่ที่สุดคือ 4 สูบ 2.0 ลิตร ซึ่งเป็นรุ่นที่ถูกบรรจุอยู่ใน Honda Civic Type R ตัวล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นาน

จากข้อมูล ฮอนด้าแจงว่า VTEC TURBO เป็นเครื่องยนต์ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ ให้มีอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีและให้ความสนุกในทุกการขับขี่ ลบภาพทรงจำเดิมว่าเครื่องยนต์เทอร์โบต้องซดน้ำมันไปแทบหมดสิ้น

ฉะนั้น ใจความสำคัญของเครื่องยนต์รุ่นนี้คือการพัฒนาเพื่อให้ตอบโจทย์ทั้งเรื่องสมรรถนะและอัตราการประหยัดน้ำมันอย่างแท้จริง ซึ่งมี 3 เทคโนโลยีหลักอันเป็นตัวขับเคลื่อนสมรรถนะอันทรงพลัง ประกอบไปด้วย

ระบบหัวฉีด ไดเรคท์ อินเจคชัน และท่อไอดีแบบตรง 

honda vtec turbo4

เป็นที่ทราบกันว่า ข้อด้อยของเครื่องยนต์เทอร์โบ คือ การส่งอากาศที่มีแรงดันสูงเข้าไปในเครื่องยนต์ ทำให้อุณหภูมิและความดันภายในเครื่องยนต์เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้เครื่องยนต์ชะงัก แต่เครื่องยนต์ VTEC TURBO ใช้เทคโนโลยีหัวฉีด ไดเรคท์ อินเจคชัน โดยฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงไปยังกระบอกสูบโดยตรง ช่วยลดอุณหภูมิภายในกระบอกสูบ และการไหลของไอดีแบบตรงช่วยให้อากาศและเชื้อเพลิงผสมกันได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เผาไหม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้ราบรื่นและต่อเนื่อง

ระบบการควบคุมการเปิด-ปิดวาล์วแบบคู่ (Dual VTC) ของท่อไอดี และท่อไอเสีย

เครื่องยนต์เทอร์โบทั่วไปให้กำลังที่รอบเครื่องยนต์ต่ำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพทำให้เครื่องยนต์ตอบสนองได้ไม่เต็มที่ แต่เครื่องยนต์ VTEC TURBO มี Valve Timing Control (VTC) เพื่อควบคุมจังหวะการเปิด-ปิดวาล์วของท่อไอดีและท่อไอเสียให้สอดคล้องกัน จึงทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแม้ในรอบต่ำ

เทอร์โบ ชาร์จเจอร์ ที่มีระบบควบคุมช่องระบายไอเสียส่วนเกินด้วยไฟฟ้า

หนึ่งในปัญหาของเครื่องยนต์เทอร์โบคือ เทอร์โบตอบสนองช้า หลังจากเหยียบคันเร่ง จึงทำให้มีการปล่อยพลังงานไอเสียมากขึ้น เพื่อเพิ่มปริมาณไอดีให้สูงขึ้น แต่เครื่องยนต์ VTEC TURBO มีการใช้เทอร์โบ ชาร์จเจอร์ ที่มีระบบควบคุมช่องระบายไอเสียส่วนเกินด้วยไฟฟ้าที่ติดตั้งใบพัดขนาดเล็ก เพื่อนำพลังงานไอเสียส่วนเกินกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เมื่อเหยียบคันเร่ง เครื่องยนต์เทอร์โบสามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว

honda vtec turbo19

เครื่องยนต์ที่วางจำหน่ายในยุโรป เครื่องยนต์ VTEC TURBO บล็อกเล็กสุด คือ เบนซิน 3 สูบ ความจุ 1.0 ลิตร VTEC เทอร์โบชาร์จ จ่ายเชื้อเพลิงตรง กำลังสูงสุดประมาณ 127 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 20.3 กก.-ม. เทียบกับเครื่องยนต์ความจุ 1.8 ลิตร ที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน กำลังจะลดลงราว 12 แรงม้า แต่แรงบิดจะเพิ่มขึ้น 15% หรือราว 2.6 กก.-ม.ใช้เชื้อเพลิงน้อยลงประมาณ 20% เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ 1.8 ตามมาตรฐาน NEDC ของยุโรป อัตราการคายคาร์บอนไดออกไซด์ในไอเสีย 99 กรัม/กม.

honda vtec turbo18

ในรุ่นเบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร เครื่องยนต์ VTEC ที่ทำงานร่วมกับเทอร์โบชาร์จ เทคโนโลยีหัวฉีด ไดเรคท์ อินเจคชัน และระบบระบายความร้อนประสิทธิภาพสูง ให้สมรรถนะการขับขี่อันทรงพลัง และตอบสนองได้อย่างดีเยี่ยม จึงให้กำลังสูงสุด 310 แรงม้า และให้แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านมาตรฐานยูโร 6

honda vtec turbo19

มาถึงรุ่นเบนซิน 4 สูบ 1.5 ลิตร เป็นรุ่นที่เราอยากนำเสนอให้ใครและใครหลายคนที่ชื่นชมในฮอนด้าได้รู้จักมากที่สุด นั่นเพราะเป็นเครื่องยนต์ที่จะนำเข้ามาบรรจุในฮอนด้า ซีวิค รุ่นใหม่ โมเดลที่จะวางจำหน่ายในประเทศไทย ซึ่งน่าจะเป็นตัวเดียวกันกับที่อยู่ใน Honda JADE RS รถมินิแวนที่วางจำหน่ายอยู่ในประเทศญี่ปุ่น

กางข้อมูลรายงานกันเลยก็คือ เครื่องยนต์ VTEC TURBO หัวฉีด ไดเรคท์ อินเจคชัน ขนาด 1.5 ลิตร จะให้อัตราเร่งที่มีแรงบิดเท่ากับเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร พร้อมระบบควบคุมการเปิด-ปิดวาล์ว Dual VTC หรือ Variable Timing Control ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเทอร์โบในรอบต่ำ ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 20.7 กก.-ม. ที่ 1,600-5,000 รอบต่อนาที

honda vtec turbo12 honda vtec turbo13

นอกจากนี้ ยังมีอัตราการประหยัดน้ำมันสูงถึง 18 กิโลเมตรต่อลิตร (JC08 Mode) นับเป็นอัตราที่สูงที่สุดในกลุ่มรถยนต์ระดับเดียวกัน โดยเครื่องยนต์จะมีการคำนวนการใช้น้ำมันอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการทำงานร่วมกับเครื่องยนต์เทอร์โบ เพื่อควบคุมปริมาณการสูบลมเข้าได้อย่างแม่นยำ ทั้งยังมีการควบคุมเสียงและการสั่นสะเทือนด้วยวิธีการต่างๆ อาทิ การยึดฝาประกบเพลา (bearing caps) ที่รองรับข้อเหวี่ยง/เพลาข้อเหวี่ยงให้แน่นยิ่งขึ้น เพื่อลดการสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์ ให้การขับขี่ที่เงียบยิ่งขึ้น

honda vtec turbo7honda vtec turbo8honda vtec turbo9

จากข้อมูลเท่าที่มีในเวลานี้ น่าจะพอมองเห็นภาพของเครื่องยนต์ตัวใหม่ล่าสุดของฮอนด้าที่คนไทยกำลังจะมีโอกาสได้รู้จัก ในด้านสมรรถนะการใช้งานจริงเราคงยังไม่สามารถรายงานได้ จนกว่าทีมงาน ‘ราชรถ’ จะมีโอกาสได้สัมผัส ของจริงยามที่ถูกบรรจุลงในฮอนด้า ซีวิค ใหม่

honda vtec turbo10 honda vtec turbo11

ซึ่งในเรื่องของตัวรถฮอนด้า ซีวิค ใหม่ เค้าโครงและความคึกโครมของการเตรียมเปิดตัวนั้น ได้ถูกเล่น ถูกรายงานโดยสื่อมวลชนหลายแห่งไปแล้วแทบเกือบจะครบถ้วน ไว้รอดูตัวเป็นๆ กันในแค่ชั่วอึดใจแม้ว !

แต่สิ่งที่ทำให้หลายคนอยากรู้อยากเห็นเกินใจอดทนในเวลานี้ น่าจะเพราะแอบหวังในให้ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ เป็นการกลับมาของจิตวิญญาณแห่ง CIVIC ที่เคยสร้างชื่อกระหึ่มไปทั่วโลกในยุคของรุ่น CIVIC FD ที่วาดลวดลายไว้บนท้องถนนจนคนติดตาตรึงใจ ทั้งในรูปทรงและสมรรถนะ ก่อนจะเงียบหงอยไปบ้างในยุคของรุ่น CIVIC FB ที่ดูจะเป็นรถเพื่อครอบครัวมากไปนิด

ภายในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์นี้ การรอคอยของใครและใครหลายคนคงจะสิ้นสุดลง   HONDA CIVIC 2016 ที่จะมาพร้อมเครื่องยนต์รุ่นใหม่ จะสามารถเดินกลับมาซ้ำรอยความยิ่งใหญ่ของรุ่นพี่ที่สร้างไว้ได้หรือไม่นั้น คงต้องรอติดตามชม

 

Comments are closed.