ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ 1.5 เทอร์โบ หรือ 1.8 ลิตร เลือกให้เหมาะกับการใช้งานแบบไหนเหมาะกับคุณ?

0

มองฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ครั้งแรกรู้สึกยังไง ?

ขออนุญาต ยืมคำถามยอดฮิตบนโลกโซเซียลตอนนี้มาใช้ กับรถสปอร์ตซีดานรุ่นใหม่ล่าสุดของฮอนด้า

ใครและหลายใครหลายคน น่าจะตอบคล้ายกันว่า… สวยมาก อยากได้ แต่แพง !!!DSC_3955ตามอารมณ์แว่บแรกของผู้อยากได้อยากมี เมื่อเห็นราคาเปิดตัวในรุ่น 1.8 E  869,000 บาท รุ่น 1.8 EL 959,000 บาท รุ่น 1.5 VTEC TURBO  1,099,000 บาท และรุ่นท็อป 1.5 VTEC TURBO RS 1,199,000 บาท  ถ้าไม่เงินถุงเงินถัง ต้องมีกระเป่าตังค์ชะงักกันบ้างเล็กน้อย

ไม่ว่าจะมาจากสื่อมวลชนชื่นชมกันล้นเหลือ หรือจากกระแสคนรักจริง ต้องยอมรับกันโดยสดุดีว่า ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ สร้างกระแสให้รถคอมแพ็คคาร์กลับมามีหน้ามีตาอีกครั้งในตลาดรถเมืองไทย หลังเสียรังวัดให้กับรถเล็ก อย่างบีคาร์ หรือ อีโคคาร์มาหลายปี แม้สัดส่วนทางตัวเลขจะสู้ไม่ได้ แต่สัดส่วนทางหน้าตาและชื่อเสียงทางสังคม มันยอมกันไม่ได้ ! DSC_2767ย้อนรอยถอยไปช่วงพรีเทสต์ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ซีวิค ใหม่ ทำเอาเว็บไซต์ข่าวรถยนต์ต์ชื่อดังถึงกับล่ม ผลมาจากการแห่คลิกเข้าชมข้อมูลรถกันแบบถล่มทลายไม่ให้ได้ตั้งตัว และหลังจากเปิดตัวไปเมื่อ 11 มีนาคมที่ผ่านมาเพียง 1 เดือนเศษ กวาดยอดจองไป 7,500 คัน น่าจะพออธิบายถึงความร้อนแรงอันร้ายกาจของฮอนด้า ซีวิค ใหม่ คันนี้ได้เป็นอย่างดี….

ในความหลากหลายทางความต้องการของผู้บริโภคสัญชาติไทย ไม่ต้องไปมองไกลถึงทั่วโลก คือกลุ่มคนจำพวกที่ต้องการความคุ้มค่า… ในที่นี้ไม่ได้พูดถึงแค่เรื่องราคา แต่คนไทยต้องการรถรูปร่างสวยงาม เครื่องยนต์แรงแต่ต้องประหยัด กว้างขวาง เก็บของได้เยอะ อะไหล่หาง่าย ศูนย์บริการไว้ใจได้ ขายต่อได้ราคา และสุดท้ายบางท่านยังใช้เป็นตัวแสดงสถานะทางสังคมอีกด้วย

ซึ่งดูเหมือนว่า… ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ จะมาสอดรับกับความมากล้นทางความต้องการเหล่านี้ได้บ้าง ยกเว้นบางคนแอบนินทาอยู่บ้างว่า จะมีก็เรื่องราคานี่ละ ที่ดูจะแพงไปนิด ! โดยพื้นฐานทางจิตใจตัวผู้เขียนเอง ก็แอบมีความรู้สึกใกล้เคียงกับไอใครบางคนที่นินทาอยู่นั่นละว่า มันออกจะราคาสูงไปนิดสำหรับรถตัวท็อปเบอร์ตองอย่าง รุ่น 1.5 เทอร์โบ อาร์เอส ที่ใครๆ ใฝ่ฝัน เผลอสั่งเซลส์เพิ่มผ้าใบคลุมรถเข้าไปก็แตะ 1.2 ล้านบาทถ้วนเอาง่าย ๆ

แต่เดี๋ยวก่อนครับท่านผู้ชม วันนี้เรามีข้อเสนอดี ๆ มามอบให้แก่คุณผู้ชมผู้รักและนิยมชมชอบ ฮอนด้า ซีวิค มาให้คุณพิจารณาถึงหน้า บ้าน เตียงนอน หรือโต๊ะทำงาน หลังจากนี้ชีวิตคุณจะเปลี่ยนไปเราจะมาช่วยให้คุณตัดสินใจเป็นหนี้ไฟแนนซ์ได้อย่างภาคภูมิใจและเต็มรูปแบบ !! (ไม่ได้ฮาร์ดเซลส์เกินไปใช่ไหม?)DSC_4058หลังจากที่ได้มีบุญไปร่วมทดสอบ ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ในรุ่น 1.5 TURBO RS และ รุ่น 1.8 EL ไกลถึงจังหวัดภูเก็ต โดยจะลองนำรายละเอียดของทั้ง 2 รุ่น มาเปรียบเทียบเพื่อให้ได้ศึกษาประกอบการพิจารณาของท่านก่อนการตัดสินใจเป็นหนี้ไฟแนนซ์โดยชอบธรรม

ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 10 ถูกวางแผนมาให้เป็นรถคอมแพ็คคาร์ที่ดีที่สุด ฉะนั้นจึงไม่มากเกินไปที่เราจะเห็นการพัฒนาทางด้านออปชั่นและฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวกจากเทคโนโลยีทันสมัย ๆ ต่างล้นคัน เพื่อดึงดูดและสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้โปรดักซ์ของตนเองยกระดับไปอีกขั้น สิ่งที่แฟนฮอนด้าสมควรปลื้มใจ ก็คือ การหลั่งไหล่เข้ามาของเทคโนโลยีใหม่ชนิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นบ่อยนักสำหรับฮอนด้า ซึ่งต้องยอมรับกันตามตรงว่า แม้ยอดขายจะมีมากกว่ามหาศาล แต่ฟังก์ชั่นการใช้งานเทคโนโลยีต่าง ๆ ฮอนด้ายังด้อยกว่าคู่แข่งในตลาดบางเจ้าอยู่ไม่น้อย

ซีวิค ใหม่  รุ่น 1.5 TURBO RS กับรุ่น 1.8 EL หากไม่นับในเรื่องของขนาดเครื่องยนต์  เราจะสังเกตุความแตกต่างได้ไม่ยาก ไล่กันไปตั้งแต่ภายนอก รุ่น 1.5 TURBO RS มาพร้อมชุดแต่งเสริมหล่อรอบคัน พร้อมท่อไอเสียแบบคู่ และไฟหน้าแบบ LED ล้อแม็กอัลลอยขนาด 17 นิ้ว พร้อมยางขนาด 215/50/ R17

ส่วนรุ่น 1.8 EL หล่อธรรมชาติ ตัวเปล่าเล่าเปลือยไร้ชุดแต่งใด ๆ ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ ท่อไอเสียเดี่ยว ล้อแม็ก อัลลอยขนาด 16 นิ้ว พร้อมยางขนาด 215/50/ R176 น้ำหนักของรุ่น 1.8 EL อยู่ที่ 1,242 กิโลกรัม ส่วนรุ่น 1.5 TURBO RS หนัก 1,317 กิโลกรัมDSC_2884ระบบควบคุมเกียร์บนพวงมาลัย หรือ Paddle Shift พร้อมด้วยระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกซ้ายขวา เบาะนั่งผู้โดยสารปรับไฟฟ้าได้  กระจกมองหลังปรับลดแสงอัตโนมัติ แป้นเหยียบเบรก-คันเร่ง แบบสปอร์ต ระบบนำทางเนวิเกเตอร์ ระบบแสดงภาพมุมอับสายตา (Honda LaneWatch) ถุงลมด้านข้างคู่หน้า ม่านถุงลมด้านข้าง ระบบแจ้งเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสาร ทั้งหมดที่กล่าวมีเฉพาะในรุ่น 1.5 TURBO RS เท่านั้นDSC_2824

ออปชั่นอื่น ๆ นอกเหนือจากนี้ รุ่น 1.8 EL มีให้อย่างครบถ้วนครบครัน หาได้แตกต่างกันแต่อย่างใด อาทิ ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเปิดแอร์ระยะไกลผ่านกุญแจรีโมท ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัด (HSA) ระบบ Auto Brake Hold ป้องกันรถเคลื่อนตัวโดยไม่จำเป็น ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) และระบบกระจายแรงเบรก (EBD) ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA) ฯลDSC_3327เครื่องยนต์รุ่น 1.5 TURBO RS คือ เบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร ไดเรกอินเจกชัน อินเตอร์คูลเลอร์ DOHC 16 วาล์ว พร้อมระบบแปรผันวาล์ว Dual Valve Timing Control ให้กำลังสูงสุด 173 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 220 นิวตัน-เมตร ที่ 1,700 – 5,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT

ส่วนรุ่น 1.8 EL คือ เครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร SOHC i-VTEC ให้กำลังสูงสุด 141 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดที่ 174 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบต่อนาที  ผสานเกียร์อัตโนมัติ CVT ภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม  ซึ่งในมุมของตัวเลขเรามองเห็นความต่างกันได้อย่างชัดเจนระหว่างเครื่องยนต์ทั้ง 2 รุ่น

ช่วงล่าง มีการปรับเซ็ทให้มีความแตกต่างกันไปตามความเหมาะสม ทั้ง 2 รุ่นใช้ระบบกันสะเทือนเป็นแบบอิสระพร้อมเหล็กกันโคลงทั้ง 4 ล้อ ด้านหน้าแม็คเฟอร์สันสตรัต ด้านหลังมัลติลิงก์ โดยได้ปรับเซ็ทให้ช๊อคแอ็บซอร์เบอร์ด้านหน้าของทั้ง 2 รุ่น มีค่าความหนืดเท่ากัน แต่กลับเซ็ตด้านหลังให้มีความต่างกัน รวมถึงค่าเคของสปริงก็มีความต่างกันอีกด้วย IMG_4685ความแตกต่างกันทางด้านสมรรถนะยามขับขี่ จากการสัมผัสรถทั้ง 2 รุ่นในเวลาไล่เลี่ยกัน คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเครื่องยนต์ 1.5 เทอร์โบ มีการตอบสนองอันดีเยี่ยมและชักชวนให้ขับขี่ได้ความเร้าใจกว่า จะออกตัว จะเร่งแซงทุกอย่างมาตามแรงกดคันเร่งที่ปลายเท้า อัตราเร่งมาต่อเนื่อง รวดเร็ว ร้อนแรงดุจกามนิตหนุ่ม ขาดไปแค่เพียงเสียงจากปลายท่อไอเสียอันดุดันที่จะมาช่วยเติมอารมณ์ให้สะเด่ากว่านี้ก็เท่านั้น

ช่วงล่าง ด้วยจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำ จึงทำให้มีความมั่นใจในการขับด้วยความเร็วสูง ตำแหน่งการนั่งที่ต่ำให้อารมณ์การขับขี่แบบสปอร์ตได้ดี สภาพถนนในการทดสอบมีหลากหลาย ความรู้สึกที่ได้สมแล้วกับการใช้คำว่าสปอร์ตพรีเมียม คือไม่ได้แข็งกระด้าง มีความนุ่มพอดีอยู่ในนั้นDSC_2840ความสนุกอีกอย่างของ 1.5 เทอร์โบ อาร์เอส คือ การเข้าโหมดเกียร์ S แล้วบันเทิงเต็มที่ไปกับการเล่นเกียร์ Paddle Shift หลังพวงมาลัย เสริมให้อรรถรสขับขี่ดีเยี่ยมยิ่งขึ้น เร่งความเร็วเกินกฎหมายกำหนดไปถึง 180 กม./ชม. (เรารู้เราทำผิดเราขอโทษ แต่มันอาชีพเราเข้าใจเรานะ) ซึ่งเรารู้ว่ารถสามารถพาเราทะยานไปได้แรงกว่านี้ แต่คิดว่าเราควรพอจะดีกว่า แค่นี้มันเหลือจะรับประทานแล้วครับ

พวงมาลัยมีความแม่นยำใช้ได้ แต่ดูเหมือนน้ำหนักจะเบาไปหน่อย อาจเป็นเพราะการเซ็ตมาไม่ให้มีอารมณ์สปอร์ตมากเกินไปหรือเปล่า อันนี้ไม่แน่ใจ แต่เรื่องระบบเบรกสอบผ่าน นุ่มนวลสั่งได้อย่างมั่นใจ การเก็บเสียงรบกวนทำได้ดี มีเสียงลมอยู่บ้างตอนใช้ความเร็วสูง แต่ที่ชัดกว่าคือเสียงของยางรถบดกับถนน มีเข้ามาเป็นระยะ

ด้านของ รุ่น 1.8 EL แม้จะเป็นเครื่องยนต์รุ่นเดิมที่พัฒนาใหม่ แต่เรื่องของการตอบสนองต่อการใช้งานไม่ได้อ่อนด้อย จะมีเพียงช่วงออกตัวที่ดูจะหนืดนิด ๆ แต่พอเรียกพลังมาก็พบว่าช่วงกลางและช่วงปลายมีความร้อนแรงกว่าที่คาดไว้ มีพละกำลังให้ใช้อย่างเหลือเฟือ ช่วงล่างกับน้ำหนักของพวงมาลัย เหมือนดูจะมีความหนักแน่กว่าในรุ่น 1.5 ช่วยให้เวลาเข้าโค้งแรง ๆ ด้วยความเร็ว ให้ความรู้สึกเกาะถนน แน่นหนึบ ไม่โหวงเหวง  จนส่วนตัวแล้วแอบชอบช่วงล่าง 1.8 มากกว่า

ทั้งหมด ทั้งมวลที่สาธยายไปด้านบน น่าจะพอทำให้ค้นพบทางสว่างได้บ้าง สำหรับใครที่ไม่ต้องการเอื้อมให้เกินกำลังตน แล้วหันมาหารถดีที่พอเหมาะกับความต้องการและกำลังทรัพย์ของตนเองสักคันDSC_4013ถ้าหากถามว่ารุ่นไหนดีกว่า ขอตอบว่า รุ่น 1.5 TURBO RS แบบไม่ต้องสงสัย ใครมีกำลังทรัพย์พอจะซื้อรถหลักล้าน ถ้าไม่ได้คิดจะเอาไปเปรียบเทียบกับรุ่นอื่นในท้องตลาด และถ้าเป็นแฟนฮอนด้า ซีวิค อยู่แล้วจัดได้เลย ความบันเทิงรอคุณอยู่เพียบ

ถ้าถามว่ารุ่นไหน คุ้มค่า ขอแนะนำให้ย้อนกลับไปเปิดสลิปเงินเดือน หรือเงินในกระเป๋า ถ้าไม่ได้มีเป็นถุงเป็นถัง มีเงินดาวน์สักสามแสน จ่ายค่างวดเดือนละ 1.6-1.7 หมื่นบาท แล้วมีเงินพอกินข้าวกับรับผิดชอบค่าใช้จ่ายอื่นๆ ได้แบบไม่ตึงเกินงาม รุ่น 1.8 EL คือ คำตอบที่น่าจะลงตัวและตอบโจทย์ได้เพียงพอกับการใช้งานในชีวิตจริง ประหยัดส่วนต่าง 2 แสนกว่าบาท ไว้เติมน้ำมัน หรือแต่งรถตามชอบใจได้สบายเลยเชียว

DSC_3296

Comments are closed.