เบื่อหรือยังกับความตื้นเขินของงานแสดงรถเมืองไทย

0

จากสถิติเท่าที่พอจะสืบค้นได้ ในปี 2558 ไทยแลนด์ดินแดนแห่งความเสรีทางการค้า จัดงานอีเว้นท์ที่มีคำว่า มอเตอร์โชว์ ออโต้โชว์ มอเตอร์เซลส์ มอเตอร์เอ็กโปร์ ฯล ไม่ว่าจะงานเล็ก หรือใหญ่ รวมกันทั้งสิ้น 100 งานถ้วน ในปี 2559 ลดลงไปพอสมควรอยู่ที่ประมาณ 62 งานกว่า

ตัวเลขที่กล่าวมา นับรวมการจัดผ่านบริษัทออแกไนซ์ ไปจนถึงบริษัทรถยนต์ต่าง ๆ ซึ่งยังไม่รับรวมงานที่สืบค้นไม่ได้อีกหลายงาน

logoMS37thmotorexpo-logo

หากไปนั่งส่องดูกันจริง ๆ งานใหญ่ระดับเต้ยของวงการที่พอจะเรียกว่างานระดับชาติ คงจะมีอยู่แค่เพียง 2 งาน นั่นก็คือ งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ และมหกรรมยานยนต์ มอเตอร์ เอ็กซ์โปร์ ซึ่งคงไม่มีใครกล้าเถียง และอาจจะเถียงไม่ได้

เพราะถ้าไปดูในแง่ของสเกลการจัดงาน มาตรฐานในการสร้างบูธ เม็ดเงินการลงทุน ไปจนถึงการยอมรับจากค่ายรถยนต์ต่าง ๆ ที่ตั้งรกรากทำมาหากินอยู่ในประเทศนี้

ไม่เชื่อลองไปแอบถามกันดูก็ได้

event_11612_type50_p1_20160114115352

ส่วนงานที่มีไซต์เล็กลงมายังคงเป็นงานที่รอการพัฒนา และสั่งสมบารมีสร้างความน่าเชื่อถือจากผู้เข้าชมงานอันเป็นเรื่องสำคัญ  เพื่อยกระดับไปสู่คำว่าระดับชาติ ในอนาคต

ด้านงานย่อยอื่น ๆ นั้น ก็จะไปฝังตัวอยู่ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำต่าง ๆ มากมาย ครอบคุลมกันทั่วประเทศ ชนิดที่เรียกได้ว่า ลูกค้าไม่ต้องเดินเข้าโชว์รูมให้เมื่อยตุ้ม

หากย้อนไปสมัยก่อน สมัยที่ประเทศแห่งนี้ถูกจัดเป็นคลื่นลูกใหม่แห่งอุตสาหกรรมยานยนต์โลก งานโชว์รถที่เกิดขึ้นจึงดูจะมุ่งเน้นไปที่การโชว์เทคโนโลยี คอนเซ็ปต์คาร์  หรือสิ่งล้ำหน้าใหม่ ๆ ในโลก มาให้คนได้ชมพร้อมแอบแฝงไว้ด้วยงานขายเล็กน้อย พองาม

แต่ในปัจจุบัน แทบทุกงานแสดงรถในไทยแลนด์ ถูกวางคอนเซ็ปต์ไว้คือ ‘กระตุ้นยอดขาย’ ยิ่งเฉพาะกับช่วงฤดูตกต่ำของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ งานลักษณะนี้จึงได้รับความนิยมแห่จัดกันอย่างล้นหลาม เรียกได้ว่า จัดกัน ‘ถี่ยิบ’ ยิ่งกว่าความเร็วของเอวกระต่าย !

แต่จะว่าก็บาป คำว่า ‘กระตุ้นยอดขาย’ มันคือตัวเปลี่ยนบริบทการจัดงานโชว์รถอย่างแท้จริง

event_12786_type50_p1_20160706102740

หากไปดูกันในต่างประเทศ งานโชว์รถระดับโลกทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นอดีตลามมาจนถึงปัจจุบัน ยังคงยืนหยัดแน่วแน่ ในการนำเสนอนวัตกรรมอันล้ำสมัยจากโปรดักซ์ของตัวเองเป็นสำคัญ คนแห่แหนไปดูงานล้นหลาม เพราะใฝ่ในเทคโนโลยีใหม่ที่จะเกิดขึ้นบนโลกใบนี้

เมื่อมาถึงประเทศไทย เราใช้ความไทยแท้เป็นหลัก ปรับเปลี่ยนใจความสำคัญของการโชว์นวัตกรรม เป็นงานเพื่อขาย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ จนทุกวันนี้แทบจะหาอะไรใหม่ที่น่าสนใจให้คนไปยืนชมไม่ได้

งานแสดงรถในเมืองไทยจึงเห็นแค่ ชื่องาน คอนเซ็ปต์งาน ภาพโปสเตอร์หน้างานที่โอ่ว่าโชว์นวัตกรรม แต่เนื้อในของงาน มองไม่ออกว่าตรงไหน มีอะไรมาโชว์ เอาแค่ รถยนต์ต้นแบบ ยังมีให้เห็นแค่เพียงน้อยนิด

ไอครั้นจะโทษแต่ผู้จัดงานเพียงฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ เพราะสุดท้าย เค้าขายพื้นที่เพื่อจัดงาน ไม่ได้ขายรถ เพียงแต่ถ้าใครยังยึดมั่นในใจความสำคัญหลักงานของงานแสดงรถที่แท้จริงไว้ได้  ก็ถือว่าน่าชื่นชม

แต่เอาเข้าจริง ๆ ต้องย้อนกลับไปถามค่ายรถทั้งหลายแหล่ในประเทศนี้ … ว่าสนับสนุนให้เกิดงานแสดงแห่งนวัตกรรมยานยนต์ที่แท้จริง มากน้อย แค่ไหน เพราะที่เห็นอยู่ทุกวันนี้ จัดสรรพื้นที่ไว้ให้แค่เท่าแมวดิ้นตาย ที่เหลือก็คือการวางโชว์สินค้าเพื่อขายทั้งนั้น

event_11852_type50_p1_20160229120203

การประเทศผู้ผลิตเพื่อจำหน่าย  เวลาคิดจะทำอะไร จึงมุ่งเน้นไปที่ผลประกอบการเป็นหลัก (อันนี้ว่ากันไม่ได้) ฉะนั้นเวลาเข้าร่วมงานแสดงรถทั้งหลายแหล่ จึงเข้าไปร่วมเพื่อให้ได้มาซึ่งตัวเลข แค่ค่าพื้นที่ ค่าสร้างบูธ ค่าพริตตี้ ก็แพงมหาศาลแล้ว

ไหนจะโชว์ที่แสนจะภาคภูมิใจว่าอลังการ ด้วยการมาตีลังลาเกลียว 18 ตลบ โบกธงชูสไวไปมา พร้อมกับเต้นออกสเต็ปให้ดูท่าทางแข็งแรงนั่น ก็แพงนะเว้ยย

ถ้าจะต้องให้ลงทุนนำรถต้นแบบเข้ามาเพื่อโชว์แค่ 10 วัน กับค่าขนส่งดูแลเป็นสิบสิบล้าน ก็ต้องคิดหนักและลังเลกันเป็นธรรมดา เพราะถ้ายอดจองในงานไม่ได้ตามเป้าขึ้นมา นายจะด่าเอาว่าใช้เงินเปลืองเอาได้

ทั้งที่จริง ๆแล้ว แต่ละปีหลายค่ายใช้เงินตำน้ำพริกละลายแม่น้ำกันไปในกิจกรรมที่ไม่ได้ประโยชน์เยอะแยะ

ผู้จัดบางรายเข้าใจในจุดนี้ กลัวค่ายรถจะไม่ลงทุน แทนที่จะลดค่าบูธ ก็คิดแคมเปญเป็นการให้คะแนน แล้วไปใช้เป็นสิทธิพิเศษ นู่นนี่นั่น เชื้อเชิญให้แต่ละค่าย ๆ นำรถใหม่เข้ามาเปิดในงาน นำรถต้นแบบมาโชว์ในงาน ซึ่งก็ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างน่าชื่นชม แต่ก็ยังมีบางค่ายที่คำนวณดูแล้วแล้วไม่คุ้มค่า ก็ยอมไม่เอาสิทธิพิเศษนั้น ก็มี

event_11875_type50_p1_20160307144044

เพราะฉะนั้น ก็ไม่น่าแปลกใจนัก ที่เวลาจัดงานแล้วเราจะเห็นแต่ภาพคนเดินเก็บนมที่หกเกลือนกลาด จนบางทีแอบสังสัย นี่งานโชว์นวัตกรรมยานยนต์ หรือ งานนวัตกรรมทำนมและผิวขาวใส กันแน่

ย่อหน้าบน ประชดแรงไป ขออภัยไว้ ณ ที่นี้

อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย กำลังพยายามจะก้าวขึ้นไปเป็นผู้นำให้ได้อย่างสมบูรณ์แบบในอาเซียน เรากำลังกลัว อินโดนีเซีย มาเลยเซีย ที่กำลังขยับตัวอย่างร้ายกาจ แต่ถ้าเรามองอุตสาหกรรมผ่านการจัดงานแสดงรถยนต์ที่เกิดขึ้น กลับไม่ได้มีอะไรแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่เรากำลังต้องการจะไปมากนัก

จะโทษเศรษฐกิจว่าย่ำแย่อย่างเดียวคงไม่ได้ เพราะงานโชว์รถพื้น ๆ ดาด ๆ มันมีมาหลายปีแล้ว แม้ภาพใหญ่จะเป็นหน้าที่ของภาครัฐ แต่ภาพย่อยก็ยังไม่เห็นว่าใครจะจัดงานสะท้อนให้เห็นความยิ่งใหญ่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่พยายามจะเป็นผู้นำในตลาดนี้อย่างแท้จริงได้สักราย

ถามว่าเป็นความผิดไหม เน้นจัดแต่งานขาย ก็ต้องบอกว่า บ้าแล้ว ถ้าใครคิดแบบนั้น งานกระตุ้นยอดขาย เพื่อ กระตุ้นเศรษฐกิจ จัดไปเถอะ ถ้ามันประสบความสำเร็จ อย่างบางงานเค้าก็ประกาศตัวเองชัดเจน ว่า เป็นงานเพื่อขาย อย่างแท้จริง ซึ่งก็ว่ากันไป

AW_BIAS2016_MagAD

เอาเข้าจริง ๆ คนไทยมีประสบการณ์เก็บออมเงิน จากยุคเศรษฐกิจย่ำแย่มาแล้ว ทำให้ในสถานการณ์แบบนี้ใช้เงินยาก  บางทีก็ควรมีอะไรมากระตุ้นดึงเงินออกจากประเป๋ากันบ้าง แต่ก็ไม่อยากให้จัดงานที่ลดคุณค่างานของตัวเองลงกันจนเกินไป

เพราะบางงาน ดันไม่ได้มีโปรโมชั่นพิเศษอะไร น่าเชื้อเชิญคนเลยสักนิด แถมทุกวันนี้ เดินไปตามห้างสรรพสินค้า หรือโชว์รูมแถวบ้านจะได้ของดีกว่าด้วยซ้ำ

วางน้ำหนักให้พอดี อย่าจัดงานจนดูถูกคนดูจนเกินไป ไม่ว่าจะเป็นออแกไนซ์ หรือค่ายรถ เพราะถ้าคุณค่ามันลดลง มูลค่ามันก็จะลดลงตามไปด้วย

ทุกวันนี้เราจึงได้ยินว่าเสียงบ่นกระปอดกระแปด ทำไมไม่มาร่วมงานชั้น ก็ไปร่วมแล้วแต่มันขายรถไม่ได้  วนไป วนมา อยู่แค่นี้

จนบางครั้งก็รู้สึกว่า งานเหล่านี้ ถี่เกินไป ง่ายเกินไป และ ตื้นเขินเกินไป ที่ควรจะเรียกว่างานแสดงรถยนต์อย่างแท้จริง

 

 

Comments are closed.