แรกสัมผัส ‘ฮอนด้า ซีวิค 2016’ งานนี้พี่เค้าไม่ได้มาเล่น ๆ ดีเซ็กเมนท์ หรือเปล่า !?

0

15 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ฮอนด้า ยกขบวนสื่อกลุ่มไม่ใหญ่โตมากนักไปร่วมสัมผัส ‘ฮอนด้า ซีวิค ใหม่’ ก่อนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงต้นเดือนมีนาคมที่กำลังจะมาถึง

ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จ.บุรีรัมย์  จุดประสงค์สำคัญ คือ การแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกับเครื่องยนต์ใหม่ 1.5 ลิตร VTEC TURBO ขุมพลังของฮอนด้า ซีวิค ใหม่ เป็นครั้งแรกในประเทศไทย

 

ก่อนหน้านี้ทางทีมงานราชรถ ได้ทำการแนะนำในส่วนของเครื่องยนต์ VTEC TURBO ไปบ้างแล้วในระดับหนึ่ง หากใครที่พอจะติดตามกันก็น่าจะพอทราบ ซึ่งก่อนจะไปถึงการรีวิว ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ เจเนอเรชั่น 10 จะชวนมาทำความรู้จักกับ 3 เทคโนโลยีหลักของ VTEC TURBO กันอีกสักรอบ

2016 ALL-NEW CIVIC_RS42016 ALL-NEW CIVIC_RS1

ฮอนด้าอธิบายไว้ว่าเครื่องยนต์ VTEC TURBO ในแบบฉบับของตน เป็นการทำงานในลักษณะของการนำกลับมาใช้ใหม่ หรือ รีไซเคิล โดยการนำพลังงานไอเสียที่ถูกปล่อยออกมากลับมาใช้ใหม่ ให้ใบพัดของเทอร์โบ ชาร์จเจอร์ ทำงาน เพื่อสร้างพลังงานใหม่ขึ้นมาอย่างมีประสิทธิภาพ

เครื่องยนต์ VTEC TURBO หัวฉีด ไดเรคท์ อินเจคชัน ขนาด 1.5 ลิตร จะให้อัตราเร่งที่มีแรงบิดเท่ากับเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร พร้อมระบบควบคุมการเปิด-ปิดวาล์ว Dual VTC หรือ Variable Timing Control ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเทอร์โบในรอบต่ำ ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 20.7 กก.-ม. ที่ 1,600-5,000 รอบต่อนาที มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ CVT ซึ่งเบื้องหลังของสมรรถนะทรงพลังและอัตราการประหยัดน้ำมันที่จะเกิดขึ้นมาจาก 3  เทคโนโลยีหลัก อันประกอบไปด้วย

  • ระบบหัวฉีด ไดเรคท์ อินเจคชัน และท่อไอดีแบบตรง

โดยหัวฉีดไดเรคท์ อินเจคชันจะฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงไปยังกระบอกสูบโดยตรง ช่วยลดอุณหภูมิภายในกระบอกสูบ และการไหลของไอดีแบบตรง ช่วยให้อากาศและเชื้อเพลิงผสมกันได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เผาไหม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้ราบรื่นและต่อเนื่อง

  • ระบบการควบคุมการเปิด-ปิดวาล์วแบบคู่ (Dual VTC) ของท่อไอดี และท่อไอเสีย

โดย Valve Timing Control (VTC) ช่วยควบคุมจังหวะการเปิด-ปิดวาล์วของท่อไอดีและท่อไอเสีย ให้สอดคล้องกัน จึงทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแม้ในรอบต่ำ

  • เทอร์โบ ชาร์จเจอร์ ที่มีระบบควบคุมช่องระบายไอเสียส่วนเกินด้วยไฟฟ้า

โดยมีการใช้ เทอร์โบ ชาร์จเจอร์ ที่มีระบบควบคุมช่องระบายไอเสียส่วนเกินด้วยไฟฟ้าที่ติดตั้งใบพัดขนาดเล็ก เพื่อนำพลังงานไอเสียส่วนเกินกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เมื่อเหยียบคันเร่ง เครื่องยนต์เทอร์โบสามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว

ซึ่งในแง่มุมหนึ่ง เครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จไม่ใช่เรื่องใหม่…

ผู้นิยมชมชอบในความแรงรู้ซึ้งกันถึงในกระแสเลือดว่า เทคโนโลยีผู้ทรงพลัง มีมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าเหานุ่งกางเกงหูรูด หลายค่ายนำมาใส่ในผลิตภัณฑ์ของตนเองเพื่อสร้างชื่อกันมานักต่อนัก แต่ด้วยการพัฒนาขึ้นใหม่ของฮอนด้าที่ต้องการตอบโจทย์ ให้ได้ทั้งในเรื่องของสมรรถนะและอัตราการประหยัดน้ำมันยามใช้งานในชีวิตจริง จึงให้กำเนิดเครื่องยนต์ในรุ่นนี้ออกมา

โดยทางฮอนด้ายืนยันว่ามันคือการผลิกโฉมหน้าของรถในตระกูล ซีวิคไปตลอดกาล ด้วยการตั้งเป้าอย่างมาดมั่นว่า “ฮอนด้า ซีวิค ใหม่จะต้องเป็นรถยนต์นั่งในกลุ่ม ซีเซ็กเมนท์ที่ดีที่สุด”

แต่ด้วยความที่งานในครั้งนี้เป็นลักษณะของการ Pre-test หรือทดสอบเบื้องต้น ห้ามนักข่าวถ่ายภาพ จดจำเอาเองด้วยสายตาเท่านั้น มีภาพตัวรถส่งให้เพียงแค่ 4 ภาพเท่านั้น ข้อมูลของตัวรถที่ถูกปล่อยออกมาจึงยังมีไม่มากนัก

ปรัชญา “Man Maximum, Machine Minimum” ยังคงเป็นแนวคิดในการออกแบบรถยนต์ให้สอดรับกับความต้องการของผู้ใช้รถมากที่สุด ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ จึงถูกขยายตัวถังให้ใหญ่โตขึ้นในทุกมิติ

จากความยาวและความกว้างของตัวถังที่เพิ่มขึ้น 74 และ 48 มิลลิเมตร ตามลำดับ ขณะที่ความสูงลดลง 20 มิลลิเมตร เพื่อลดแรงต้านอากาศ (ดีขึ้น 12 เปอร์เซ็นต์) ฐานล้อขยายขึ้นอีก 30.5 มิลลิเมตร ช่วงความกว้างล้อหน้าและล้อหลังเพิ่มขึ้น 48 และ 41 มิลลิเมตร ตามลำดับ ทั้งหมดเมื่อเทียบกับบอดี้ก่อนหน้า หรือ ซีวิค เอฟบี

ดีไซน์ภายนอกถูกปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดให้มีความสปอร์ต ทันสมัย สวยงาม พรีเมียมเทียบเท่ารถยุโรป ตัวโครงสร้างมีความกว้างและยาวมากขึ้น แม้จะมีความสูงที่ลดลงจากรุ่นก่อนหน้า ดีไซน์แม้จะดูมีความสปอร์ตในแบบฉบับของฮอนด้า แต่ในครั้งนี้ดูจะให้อารมณ์แข็งๆ ดิบๆ กระเดียดไปทางรถฝั่งอเมริกาอยู่มาก

เท่าที่จดจำได้จากสายตา ห้องโดยสารออกแบบตามได้ลงตัว มีความกว้างขวางเทียบเท่ารถในระดับดีเซ็กเมนท์ คอนโซลหน้าดูแน่นหนา และเน้นความภูมิฐานมากยิ่งขึ้น ไม่เหลือเค้าโครงชุดมาตรวัดแบบ 2 ชั้น จาก 2 รุ่นก่อนหน้าให้เห็นอีกต่อไป ส่วนกลางเป็นที่อยู่ของคันเกียร์ ซึ่งถูกขนาบข้างไว้ด้วยปุ่ม ‘ECON’ และ ปุ่ม ‘เบรกมือไฟฟ้า’ ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกในในรถตระกูลซีวิค

ระบบปรับอากาศดูแบบให้ใช้งานง่าย เลือกได้ตามระดับ Trims ทั้งแบบ Single-Zone และแบบ Dual-Zone แยกปรับอุณหภูมิซ้าย-ขวา ในส่วนของแผงมาตรวัด ชุดกลางแสดงผลแบบดิจิทัล ประกอบด้วยมาตรวัดรอบขนาดใหญ่ ที่วางล้อมตัวเลขบอกความเร็ว ฝั่งขวาแสดงระดับน้ำมันเชื้อเพลิง ขณะที่ฝั่งซ้ายแสดงอุณหภูมิเครื่องยนต์

จอแสดงผลเหนือคอนโซลกลาง ใช้จอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รุ่นใหม่ เป็นอุปกรณ์หลักของระบบ Infotainment (Information + Entertainment) ศูนย์รวมข้อมูลและความบันเทิงให้กับผู้ขับและผู้โดยสาร พวงมาลัย 3 ก้าน ดีไซน์ใหม่ รอบวงหุ้มหนังขนาดกำลังอวบกระชับมือ พร้อมตำแหน่งพักนิ้วโป้งที่ 2 และ 10 นาฬิกา ปุ่มมัลติฟังก์ชัน เพิ่มลูกเล่นแบบแอดวานซ์ทัชเข้าไปที่ปุ่มควบคุมเครื่องเสียง เพิ่มลดเสียงได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส

ด้วยการออกแบบจัดวางตำแหน่งของเบาะนั่งเอื้อประโยชน์ต่อการใช้สอย เบาะนั่งคู่หน้ารูปทรงใหม่ปรับด้วยระบบไฟฟ้า ปุ่มเปิดฝากระโปรงหลังถูกวางซ่อนไว้ข้างประตูคนขับดูแปลกตา กระจกด้านซ้ายติดตั้ง Honda LaneWatch ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน

ซึ่งจากการสัมผัส  ซีวิค ใหม่ รุ่น RS (อาร์เอส) ที่ได้นำมาให้นักข่าวทดสอบในเพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆ เพราะได้ขับกันคนละ 2 รอบสนามช้างฯ ขออนุญาตไม่บรรยายเรื่องของสมรถนะการขับขี่มากนัก เพราะไม่นานจะมีการทดสอบในระยะทางยาวแบบเต็มรูปแบบอีกครั้งในช่วงเดือนหน้าไว้จะมาถกยาวให้อ่านกันอีกรอบ(อย่ารีบเบื่อกันซะก่อน)

2016 ALL-NEW CIVIC_RS3

ในนาทีนี้บอกได้แค่เพียงว่า มันคือ ซีวิค ที่เพอร์เฟคที่สุดนับตั้งแต่รถรุ่นนี้กำเนิดมาบนผืนโลก พวงมาลัย ช่วงล่าง พละกำลังเครื่องยนต์ถูกเซ็ตมาได้อย่างลงตัว ให้อารมณ์การขับขี่ที่ตอบสนองได้ดีเกินคาด

สิ่งที่ชัดเจนมาก ๆ ทำให้เรารับรู้ได้ คือ ฮอนด้าจงใจเสกสรรค์ปั้นแต่งให้ ซีวิค ใหม่ กำเนิดขึ้นมาบนโลกใบนี้อย่างพิถีพิถัน พร้อมที่จะออกไปสร้างชื่อเสียงทั่วโลก

โดยในภาพรวมของรถดูเป็นการออกแบบที่ผสมผสานความเป็นรถญี่ปุ่นกับรถยุโรปเข้าไว้ด้วยกัน ไล่เรียงตั้งแต่กระจังหน้าไปจนถึงฝาท้าย พร้อมเส้นสายรอบคัน ส่งให้กลายเป็นรถที่มองแล้วดูลงตัวทุกมุม คงกลิ่นอายแห่งจิตวิญญาณในแบบฉบับฮอนด้าไว้อย่างเหนียวแน่น ในความแข็งกระด้างมีความนุ่มนวล ในความสปอร์ตมีความหรูหรา ไม่ได้รู้สึกขาดหรือเกินในอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งออกไปจนเกินพอดี

ด้านของรูปทรงที่คลับคล้ายกับรถประเภท ฟาสท์แบ็ค อย่างปฎิเสธลำบาก น่าจะเป็นบทพิสูจน์ตำนานแห่งการสร้างเซ็กเมนท์ใหม่ของฮอนด้าอีกครั้ง  เพราะในอดีตก็ลองของมาแล้วหลายรุ่น ยกตัวอย่างด้วย ฮอนด้า แจ๊ซ โมเดลแรก น่าจะเป็นเครื่องหมายแห่งการลองของกับตลาดรถยนต์ไทยแล้วประสบความสำเร็จมหาศาลได้ดีที่สุดรุ่นนึง

การเพิ่มออปชั่นไปจนถึงฟังก์ชั่นการใช้งานไว้อย่างครบครันเกินกว่าที่จะเคยเห็นในซีวิครุ่นก่อนหน้า ไม่ใช่แค่เพียงขนาดที่ใหญ่โตขึ้นแต่เทคโนโลยีที่ใส่เข้ามายังทำเอาหลายคนอ้าปากค้าง ยกตัวอย่างเช่น ระบบสตาร์ทรถด้วยรีโมทแม้จะอยู่นอกตัวรถด้วยการกดเพียงปุ่มเดียวเท่านั้น

พระเจ้าจอร์จ ! คำเดียวที่หลุดออกมาจากปาก ตอนเจ้าหน้าที่สาธิตระบดังกล่าวให้เห็นเป็นบุญตา แม้ยังไม่รู้ว่าจะตามมาด้วยราคาขายเท่าไหร่ก็ตาม แต่ทำเอาพาลคิดว่า รถคันนี้ คือ ดีเซ็กเมนท์ หรือเปล่า !?

2016 Honda Civic Sedan
2016 Honda Civic Sedan

ในประเทศไทย ฮอนด้า ซีวิค จะถูกนำมาทำตลาดด้วยเครื่องยนต์2 ขนาด คือ 1.8 ลิตร และ 1.5 ลิตร VTEC TURBO ซึ่งจะแบ่งออกเป็นรุ่นย่อยอย่างละ 2 รุ่น ไฮท์ไลท์สำคัญ ก็คือ ในรุ่น RS (อาร์เอส) ซึ่งก็น่าจะทำให้คู่แข่งหลายค่ายร้อน ๆ หนาวๆ กันอยู่บ้าง ส่วนราคาจะออกมาเป็นเท่าไหร่นั้นอดใจรอสักครู่ โดยส่วนตัวเชื่อว่าหากได้ทราบถึงออปชั่นและความสามารถของตัวรถ แม้ราคาจะสูงกว่ารุ่นเดิมมากสักหน่อยแต่ผู้ที่ชื่นชอบน่าจะพอรับกันได้

เอาเป็นว่าเกือบ ๆ จะกลางเดือนมีนาคม…ได้รู้กัน

Comments are closed.