โตโยต้า วีออส ไมเนอร์เชนจ์ เครื่องยนต์ใหม่ เกียร์ใหม่ ทำไมไม่เปลี่ยนมาตั้งนาน !

0

 

ND4_2650_resizeโตโยต้า วีออส เจเนอรเรชั่นที่ 4 เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2013 นับเป็นรถเก๋งขนาดเล็กที่คนไทยรอคอยอยู่มากในช่วงนั้น ผลจากชื่อเสียงอันสั่งสมมาตั้งแต่เจเนอเรชั่นที่ 3 ขายดีเป็นเทน้ำเททา จัดอยู่ในกลุ่มลูกรักของโตโยต้า รองจากกระบะ ไฮลักซ์ วีโก้ เลยทีเดียว 

ผ่านมากว่า 3 ปี การเปลี่ยนแปลงในครั้งนั้น มาพร้อมกับรูปลักษณ์ใหม่ ดีไซน์ดูโฉบเฉี่ยวมากขึ้น แต่ด้านเครื่องยนต์เป็นรหัส 1NZ-FE บล็อกเดิม แต่พัฒนาให้ผ่านมาตรฐานไอเสียระดับยูโร 4 ส่วนระบบส่งกำลังแบบเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด  ซึ่งก็ดูเหมือนจะเป็นตัวที่ทำให้ ‘วีออส’ ไม่ได้เปรี้ยงปร้างเท่าในอดีต แม้ในช่วงปีแรกจะมียอดขายเฉลี่ยต่อเดือนประมาณ 3-4 พันคันก็ตามND4_2625

ออกตัวก่อนว่า เราไม่ได้จะบอกว่า เครื่องยนต์รุ่นเก่าและเกียร์ที่ได้รับการพัฒนามาใหม่แล้วนำไปใส่ในวีออส รุ่นก่อนหน้านั้นไม่ดี แต่การมาถึงแล้วไม่เปลี่ยนใหม่ทั้งหมด อาจส่งผลทางด้านความรู้สึกต่อผู้บริโภค หรือเปล่า ? เพราะรถในเซ็กเมนท์เดียวกันที่ออกมาในช่วงเวลาใกล้เคียงกันนั้น ดูจะมีของใหม่ให้คนได้สนใจมากกว่า

แถมด้วยการมาของ โตโยต้า ยาริส รถอีโคคาร์คันแรกของโตโยต้า ในช่วงเวลาไม่ห่างกัน ยิ่งทำให้คนเทคะแนนหันมาสนใจ รถที่เครื่องยนต์ใหม่กว่า แถมราคาก็ดูจะดีกว่าด้วยซ้ำ ยิ่งดูจะทำให้ในปีที่ผ่านมา วีออส ค่อย ๆ ลดบทบาทความสำคัญลงไปทีละน้อย

การเปิดตัวรุ่นไมเนอร์เชนจ์ของวีออส ในช่วงงานบางกอกมอเตอร์โชว์ครั้งที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าจะสร้างความประหลาดใจอยู่พอควรกับการเปลี่ยนเครื่องยนต์และชุดเกียร์อัตโนมัติใหม่ โดยยังไม่ได้ปรับเปลี่ยนลุคภายนอกในแบบที่โตโยต้า ถนัดและเคยทำ !

การนำมาซึ่งเครื่องยนต์รหัส 2NR-FBE แบบดูอัล วีวีที-ไอ ขนาด 1,500 ซีซี. ให้กำลังสูงสุด 108 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที พร้อมด้วยแรงบิดสูงสุด 140 นิวตัน-เมตรที่ 4,200 รอบต่อนาที มาพร้อมการรองรับเชื้อเพลิงอี85 เป็นครั้งแรกของรุ่นนี้ พร้อมกับเกียร์ CVT 7 สปีด ลูกใหม่ (รุ่นเดียวกับที่อยู่ในโคโรล่า) เพิ่มโหมด M เพิ่มความสนุกในการขับขี่ให้สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้ด้วยตัวเอง พร้อมระบบความปลอดภัย ทั้ง ABS EBD TRC และการปรับเซ็ตช่วงล่างใหม่ พร้อมเพิ่มระบบควบคุมการทรงตัวหรือ VSC  เข้ามาในทุกรุ่นND4_2589ไม่ต้องไปโฟกัส ที่ภายนอกว่าเปลี่ยนอะไร เพราะเหมือนเดิมแทบทุกอย่าง ส่วนภายในมาตรวัดดีไซน์สปอร์ต จอแสดงข้อมูลขับขี่ MID แดชบอร์ดพลาสติกสีดำทำเลียนแบบลายเย็บด้วยด้ายสีดำ ชุดเครื่องเสียงแบบเดิมล้อมกรอบด้วยพลาสติกสีเงิน พร้อมช่องเสียบ USB 1 จุด

ชุดควบคุมอุณหภูมิแบบดิจิตอลหุ้มขอบด้วยพลาสติกสีเงิน แผงประตูหุ้มพลาสติกสีเงินในส่วนของสวิตช์เปิด-ปิดกระจกไฟฟ้า ซุ้มคันเกียร์ออโต้กรุด้วยพลาสติกสีเงิน พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPS แบบปรับสูง / ต่ำได้ หุ้มหนังตกแต่งด้วยด้ายสีน้ำเงิน เบาะนั่งหุ้มผ้าทรงสปอร์ต

แม้จะตอบโจทย์การใช้งานได้ แต่แอบไม่เข้าใจทำไมไม่เปลี่ยนไปซะพร้อม ๆ กันทีเดียวให้รู้แล้วรู้รอด โดยเฉพาะกับภายในที่น่าจะถึงเวลาในการเพิ่มอุปกรณ์ความบันเทิงให้ทันสมัยรองรับระบบอินโฟเทนเมนต์อย่างเต็มรูปแบบเสียที แม้จะบอกว่าลูกค้ายังไม่ได้ใช้ แต่มันก็เป็นของอดไม่ได้ที่ลูกค้าต้องมีเมื่อถูกยกนำไปเปรียบเทียบกับรถชาวบ้านND4_2679_resizeส่วนทางด้านช่วงล่าง ระบบกันสะเทือนหน้า แมคเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ระบบกันสะเทือนหลังทอร์ชั่นบีม และคอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง ระบบเบรกหน้า/หลัง ใช้ ดิสก์เบรก พร้อมกับการปรับปรุงโช้คอัพ สปริงใหม่ เพิ่มยางลองสปริง ปรับองศาเหล็กกันโคลงใหม่ พวงมาลัย EPS ใช้ซอฟต์แวร์ใหม่ แก้ปัญหาเรื่องความฝืด ในรุ่นเดิมให้มีความคมขึ้นมาก

จากการทดสอบ โตโยต้าได้นำรุ่นท็อป 1.5S AT มาให้ได้พิสูจน์สมรรถนะ เริ่มจากการวางรูปแบบให้ทดสอบในสนาม Toyota Drive Experience Park  ถนนบางนา-ตราด นอกจากเป็นสถานที่สำหรับทดสอบรถของโตโยต้าแล้ว ยังมีไว้รองรับลูกค้าโตโยต้าในการเรียนร็วิธีขับรถที่ถูกต้อง โดยจำลองสภาวะและรูปแบบการขับขี่ได้อย่างครบถ้วน ทั้งการขับขี่แบบ On Road และ Off Road มาไว้ในที่เดียวIMG_9821_resizeในครั้งนี้ โตโยต้าก็จัดเตรียมรูปแบบการทดสอบสรรถนะไว้ในสนามค่อนข้างหลากหลาย เช่น การขับแบบสลาลม (Slalom) ต่อด้วยสถานี Dynamic Course เป็นพื้นกระเบื้องที่เปียกลื่น และทดสอบการหักพวงมาลัยเปลี่ยนเลนแบบฉุกเฉิน หรือสถานี Lane Change  พร้อมกับทดสอบในสภาพถนนที่มีความแตกต่างของประเทศไทยเพื่อดูถึงสมรรถนะช่วงล่างที่ปรับเซ็ตมาใหม่

ซึ่งหากดูจากการวางไลน์ทดสอบโดยรวม ก็เพื่อเค้นความสามารถของระบบ VSC ให้ได้ออกมาทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มที่ และก็ดูว่าจะเป็นไปตามต้องการโดยเฉพาะในสถานี Lane Change ที่อินสตัรคเตอร์บอกให้ใส่ความเร็วเต็มที่ 90 ก.ม./ช.ม.(เกินที่กำหนดไว้ไปเล็กน้อย) แล้วให้เลี้ยวเปลี่ยนเลนแบบทันทีทันใดไม่ต้องแตะเบรก เล่นเอาใจแป้วเล็กน้อยในตอนแรก

สิ่งที่พบคือ ระบบ VSC ทำงานของมันได้อย่างสมบูรณ์แบบดึงรถให้ทรงตัวอยู่ได้อย่างสมบูรณ์แบบเกินคาด พวงมาลัยมีความแม่นยำมากขึ้น การตอบสนองของเครื่องยนต์ทำได้ดี เร่งความเร็วได้ตามแรงกดของเท้า แม้จะยังมีรอบสูงกว่าปกติตามสไตล์ของรถเกียร์ CVT

ส่วนระบบเบรก ปรับเซ็ตมาใหม่ เปลี่ยนบุคลิกให้แตกต่างไปจากรุ่นเดิม นุ่มนวลแต่เอาอยู่อย่างเชื่อใจได้  ช่วงล่างกับการขับผ่านสภาพถนนผิวไม่เรียบ เห็นได้ว่ามีการซับแรงสะเทือนที่จะส่งมาถึงผู้โดยสารได้ดี ไม่ได้กระด้างจนเกินไป แต่ก็ไม่ได้นุ่มนิ่มจนรู้สึกว่าผู้ดีเกินงามIMG_9988_resize

จากนั้นขับออกจาก สนาม Toyota Drive Experience Park  มุ่งหน้าสู่จังหวัดชลบุรี ใช้เส้นทางทางพิเศษบูรพาวิถี ทำให้มีโอกาสใช้ความเร็วสูงได้พอสมควร ระดับ 120-140 ก.ม./ช.ม.เรียกพลังมาได้อย่างไหลลื่นแม้ช่วงกดเท้าหนัก ๆ รอบจะกวาดขึ้นไปสูงเกินความจำเป็นสไตล์เกียร์ CVT แต่ก็ให้ความรู้สึกสนุกสนานในการขับขี่ วิ่งตรงยาว ๆตัวรถนิ่งแม้จะมีลมแรงพัดเข้ามาก็ไม่ได้รู้สึกเหวอแต่อย่างใด

เส้นทางมีทั้งทางตรงและทางโค้งที่หลากหลาย พบว่าช่วงล่างยึดเกาะกับผิวถนนดีขึ้นมาก ความหนึบแน่นของช่วงล่างใหม่ทำให้การควบคุมอยู่ในเกณฑ์ดี อาการโคลงตัวน้อยลง เข้าโค้งหนัก ๆ ก็มีอาการย้วยน้อยลงมาก น่าจะมาจากการปรับเซ็ตให้รถมีการถ่ายเทน้ำหนักที่ดีขึ้น

ระยะทางการทดสอบกว่า 180 กม.กับน้ำมันที่ใช้เป็นแก๊สโซฮอลล์ 91 ผลของตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยที่ 17.5 กิโลเมตรต่อลิตร ซึ่งถือว่าใช้ได้กับการขับด้วยความเร็วในระดับนี้ตลอดเส้นทาง แต่เท่าที่ทราบโตโยต้าเคลมตัวเลขไว้ที่ประมาณ 19-20 กิโลเมตรต่อลิตร

ข่าวร้ายสำหรับคนชอบเกียร์ธรรมดา ในรุ่นปรับปรุงใหม่ เค้าตัดรุ่นเกียร์ธรรมดาออกไปทั้งหมด สอบถามได้ความว่า…มีการสำรวจแล้วว่าเกียร์ธรรมดาเริ่มไม่ได้รับความนิยมในตลาดประเทศไทยที่สำคัญเทคโนโลยีของเกียร์อัตโนมัติก็พัฒนาขึ้นจนตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดีแล้วในปัจจุบันIMG_9959_resizeเอาแบบว่ากันโดยรวม ยังข้องใจเรื่องของการไม่ยอมขยับพัฒนาในส่วนของรูปลักษณ์ภายนอก และสิ่งอำนวยความสะดวกภายใน แต่ผมสยบให้กับเรื่องของสมรรถนะ แม้จะไม่ได้โดดเด่นกว่าบางรุ่น ย้ำว่างบางรุ่นในท้องตลาด แต่การพัฒนาครั้งนี้ของโตโยต้าแสดงให้เห็นว่า ดีกว่านี้ ก็ทำได้ ! แล้วทำไมไม่ทำมาตั้งนาน

แม้จะทราบกันว่าการปรับเปลี่ยนครั้งนี้เพื่อผลทางด้านภาษีสรรพสามิตที่ได้มีการปรับโครงสร้างใหม่ไปตั้งแต่ต้นปี แต่ไม่เข้าใจว่าจะกั๊กเก็บเทคโนโลยี เปิดช่องว่างให้ชาวบ้านเค้ามาชิงพื้นที่ไปเพื่ออะไร เพราะไม่มีทางเป็นไปได้ว่าโตโยต้าจะไม่รู้ว่าเทรนด์ของตลาดรถยนต์ในบ้านเราเค้ากำลังเดินไปทางไหน และอะไรคือสิ่งที่ลูกค้าของตัวเองต้องการ…

คงต้องไปถามลูกค้าตอนที่จะตัดสินใจซื้ออีกทีว่า Toyota Vios 1.5S AT ราคา 749,000 บาท กับการนำเสนอความคุ้มค่า ความประหยัด และสมรรถนะอันดี รวมถึงการเซ็ตรถมาให้เหมาะต่อการขับขี่ทั้งในเมืองและนอกเมืองได้อย่างดี เพียงพอจะทำให้เขาตัดสินใจได้หรือไม่

สุดท้ายย้ำอีกที ดีกว่านี้ก็ทำได้ ทำไมไม่ทำมาตั้งแต่แรก !!ND4_2609

Specification                                                    Toyota Vios 1.5S AT

แบบตัวถัง                                                                ซีดาน 4 ประตู

ยาว x กว้าง x สูง(ม.ม.)                                           4,410 x 1,700 x 1,475

ความกว้างล้อหน้า/หลัง(ม.ม.)                               11,455 / 1,445

ระยะต่ำสุด(ม.ม.)                                                    145

ความจุถังน้ำมัน(ลิตร)                                             42

แบบเครื่องยนต์                                                       เบนซิน ไดเร็คอินเจ็คชั่น เทอร์โบ DOHC 16 วาล์ว VTC

ความจุ(ซีซี)                                                             1,496

กำลังสูงสุด(แรงม้า/รอบต่อนาที)                           173 / 5,500 ร

แรงบิดสูงสุด(กก.-ม./รอบต่อนาที)                        22.4 / 1,700-5,500

ระบบส่งกำลัง                                                          อัตโนมัติ CVT 7 สปีด พร้อม Sequential Shift และ Shift Lock

ระบบขับเคลื่อน                                                       ล้อหน้า

ระบบกันสะเทือนหน้า                                              แมคเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง

ระบบกันสะเทือนหลัง                                              ทอร์ชั่นบีม และคอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง

ระบบเบรกหน้า/หลัง                                               ดิสก์ / ดิสก์

ราคาจำหน่าย                                                          749,000

 

Comments are closed.