โปรทรัคเร่งขยายเพิ่มสาขาศูนย์ซ่อมบำรุงรักษารถบรรทุก

0

สามมิตร พีทีจี โปรทรัค โซลูชัน เซ็นเตอร์ ผู้ให้บริการ ศูนย์ซ่อมบำรุงรักษารถยนต์และรถบรรทุกโปรทรัค รุกตลาดธุรกิจระบบขนส่งโลจิสติกส์ เต็มรูปแบบ เร่งเปิด 22 สาขา ในพื้นที่ 18 จังหวัดทั่วประเทศ เน้นให้บริการผู้ประกอบการขนส่งรถบรรทุก ตั้งเป้าช่วง 1 – 2 ปีแรก 80 – 100 ล้านบาท พร้อมดึงเจ้าของธุรกิจอู่ซ่อมรถบรรทุกมาสร้างธุรกิจแบบแฟรนไชส์ครบวงจร

นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ พีทีจี กล่าวถึงธุรกิจหลักของพีทีจีและแนวคิดการเปิดศูนย์บริการโปรทรัค (PROTRUCK) ว่า ธุรกิจศูนย์บริการและซ่อมบำรุงรถบรรทุกโปรทรัค เป็นการร่วมทุนกับบริษัท สามมิตรมอเตอร์ส แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด (มหาชน) จัดตั้งบริษัทโปรทรัค โซลูชั่น เซ็นเตอร์ ด้วยทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท บริษัทพีทีจีฯ ถือหุ้นร้อยละ 40 ให้บริการซ่อมบำรุงรถบรรทุกตั้งแต่เปลี่ยนยาง ลูกปืน เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ซ่อมแซมช่วงล่าง เป็นธุรกิจอีกด้านที่พีทีจีฯ จะขยายต่อไปอย่างต่อเนื่อง เป็นการรองรับการเติบโตในภาคธุรกิจการขนส่ง (โลจิสติกส์) ที่จะเติบโตอย่างมากในระยะเวลา 2-3 ปี นับต่อจากนี้ โดยมีเป้าหมายและการขยายศูนย์บริการและซ่อมบำรุงรถบรรทุกโปรทรัคไปพร้อมๆ กับการเติบโตกับการขยายปั้มน้ำมันพีที ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนกว่า 1,300 แห่งทั่วประเทศ และเติบโตแบบก้าวกระโดดจากผู้ค้าน้ำมันอันดับที่ 4 ของประเทศ ขึ้นมาเป็นผู้ค้าน้ำมันอันดับที่ 2 ของประเทศ ภายในปี 2562 โดยศูนย์บริการโปรทรัคสาขาแรก ตั้งอยู่ในสถานีบริการน้ำมันพีที สาขาสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา หลังจากนั้นจะเพิ่มสาขาขึ้นเรื่อยๆ ทั่วประเทศ

ด้านนายสุริยา โพธิ์ศิริสุข กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามมิตรมอเตอร์สแมนูแฟคเจอริง จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงวิสัยทัศน์และแนวคิดการเปิดศูนย์บริการโปรทรัคว่า เป็นโครงการ TRUCK  SERVICE  CENTER ซึ่งเป็นการร่วมทุนเพื่อมุ่งสร้างเครือข่ายสู่ความเป็นเลิศด้านงานบริการและดูแลรักษารถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์แบบครบวงจรที่ใหญ่ที่สุด ด้วยสินค้าอะไหล่ที่มีคุณภาพ, มีบุคลากรช่างผู้ชำนาญงานและเครื่องมือที่ทันสมัย เพื่อสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า ด้วยการทำงานที่รวดเร็วและเป็นระบบ สามารถให้บริการครอบคลุมพื้นที่ของการขนส่งทั่วทั้งภูมิภาคของประเทศ ซึ่งศูนย์บริการโปรทรัคนี้ จะสามารถสนับสนุนธุรกิจหลักของบริษัทฯได้เป็นอย่างดี เพราะปัจจุบันยังไม่มีศูนย์ผู้ประกอบการต่อรถพ่วง – ช่วงล่างรายใดให้บริการแบบครบวงจรครอบคลุมทั่วประเทศ

ด้านนายตฤณ ศิริจารุวร กรรมการผู้จัดการบริษัทสามมิตร พีทีจี โปรทรัค โซลูชัน เซ็นเตอร์ จำกัด กล่าวว่า ศูนย์บริการซ่อมบำรุงรถบรรทุกโปรทรัค จะเป็นส่วนหนึ่งของระบบการขนส่ง (โลจิสติกส์) ในประเทศที่สำคัญอย่างยิ่ง ศูนย์โปรทรัคจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถลดต้นทุนด้านระบบขนส่งรถบรรทุกและรถเพื่อการพาณิชย์ ซึ่งรถบรรทุกของผู้ประกอบการส่วนใหญ่ มักจะประสบปัญหาเรื่องของรถเสียระหว่างการทำงานและหาอู่ซ่อมไม่ได้ ศูนย์โปรทรัค จึงตอบโจทย์ตรงจุดนี้ เพราะมีอะไหล่เตรียมพร้อมทุกสถานการณ์และจะมีสาขาครอบคลุมอยู่ทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังมีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ มีความชำนาญและมีทักษะและมีการปรับปรุงมาตรฐานฝีมือช่าง โดยร่วมกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงานในการอบรมช่างให้เป็นไปตามมาตรฐานระดับประเทศ ซึ่งผู้ผ่านการอบรมจะได้ประกาศนียบัตรรับรองอีกด้วยนายตฤณกล่าวว่า ศูนย์โปรทรัคทำให้เกิดการลดช่องว่างของต้นทุนของผู้ประกอบการและสามารถลดอุบัติเหตุจากภัยบนท้องถนน เพราะได้ไปเติมเต็มในสิ่งที่ผู้ประกอบการยังไม่มี คือความเป็นเน็ตเวิร์กด้วยจำนวน 100 สาขา ภายใน 5 ปี ซึ่งเป็นสิ่งที่ท้าทายวงการระบบขนส่งของไทยอย่างมาก  ศูนย์บริการซ่อมบำรุงรถยนต์และรถบรรทุกในแบบเครือข่ายกำลังจะเกิดขึ้นครอบคลุมทั่วประเทศ  จุดเด่นของศูนย์บริการโปรทรัค คือ การมีระบบการจัดเก็บฐานข้อมูลของลูกค้า พร้อมกับระบบการแจ้งเตือนผ่านโมบายแอพลิเคชัน ซึ่งจะมีทั้งประวัติการซ่อมบำรุง, ข้อมูลการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง, ข้อมูลการใช้ยางและการสึกหรอ ซึ่งสามารถแจ้งเตือนไปยังผู้ประกอบการได้ตลอดเวลา และสามารถนำรถมาเข้ารับบริการได้ทุกแห่งทั่วประเทศ

นอกจากนี้ผู้ใช้บริการยังสามารถนำบัตรสมาชิกแม็กซ์การ์ด มาใช้ร่วมในการสะสมแต้มได้ เพื่อนำมาแลกของสมนาคุณต่าง  ๆ มากมาย สำหรับผู้ประกอบการที่ใช้บริการศูนย์บริการโปรทรัคอย่างต่อเนื่อง ยังมีรูปแบบเซอร์วิสการ์ด ที่ช่วยอำนวยความสะดวกผู้ประกอบการโดยการให้พนักงานขับรถมาใช้บริการโดยไม่ต้องพกเงินสด

ทั้งนี้บริษัทฯ ได้กำหนดแผนทิศทางธุรกิจเพื่อที่จะวางรากฐานการเติบโตอย่างมั่นคงของศูนย์บริการซ่อมบำรุงรถยนต์และรถบรรทุกโปรทรัค ซึ่งคาดว่าจะมีรายได้ในช่วง 1-2 ปีแรก ประมาณ 80-100 ล้านบาท โดยในปีนี้ได้กำหนดวางแผนที่จะเปิดศูนย์บริการซ่อมบำรุงรถยนต์และรถบรรทุกโปรทรัคจำนวน 22  แห่ง ในพื้นที่ 18 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา สระบุรี นครสวรรค์ สมุทรปราการ สุราษฎร์ธานี สมุทรสงคราม นครปฐม ลำปาง ขอนแก่น เชียงใหม่ สงขลา เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สุพรรณบุรี เชียงราย มุกดาหาร  สุรินทร์ และเพชรบูรณ์ หลังจากนั้นจะขยายสาขาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งการทำธุรกิจในระยะ 6-8 เดือนแรก จะต้องเน้นการประชาสัมพันธ์เป็นหลักพร้อมกับจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยศูนย์บริการในแต่แห่ง จะมีขนาดและฐานกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกัน โดยในบางสาขาอาจจะมีรถบรรทุกเข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมากหรือบางสาขาก็มีรถยนต์เข้ามาใช้บริการร่วมด้วย

“การขยายสาขาศูนย์บริการโปรทรัคในปีถัด ๆ ไป บริษัทจะใช้กลยุทธ์ระบบแฟรนไชส์ ช่วยในการขยายสาขา ซึ่งจะพิจารณาผู้ประกอบการขนส่งที่มีอู่ซ่อมเองอยู่แล้ว โดยจะปรับปรุงรูปแบบมาเป็นรูปแบบและมาตรฐานของโปรทรัค ซึ่งจะเป็นการร่วมทุนธุรกิจกันได้อย่างลงตัว ” นายตฤณกล่าวทิ้งท้าย

Comments are closed.