ในยุคที่การตลาดมิตซู ถอยหลัง กับการเปิด ไทรทัน ใหม่ที่ปรับนิดหน่อย !!

0

ในยุคที่การตลาดของมิตซูบิชิดูเหมือนจะไม่ค่อยประสบความสำเร็จซะเท่าไหร่ ทำการตลาดไม่ค่อยตรงจุด ยอดขายไม่ค่อยเป็นที่น่าพอใจ และเมื่อเร็วๆนี้ทางมิตซูบิชิ ได้ทำการเปิดรถกระบะ มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ รุ่นปี 2017 เพื่อหวังว่าจะชิงส่วนแบ่งตลาดรถกระบะไทย ท้าชนด้วยนิยาม “พันธุ์ใหม่ หน้าเข้ม แรงจัด ประหยัดสุด” โดยยังคงชูจุดเด่นไปที่เครื่องยนต์ซึ่งยังคงใช้เครื่องยนต์ตัวเดิมอย่าง “ไมเวค คลีน ดีเซล (MIVEC Clean Diesel) เทอร์โบ แปรผัน อินเตอร์คูลเลอร์ ขนาด 2.4 ลิตร 181 แรงม้าที่ 3,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตร ที่ 2,500 รอบ/นาที ที่มาพร้อมเสื้อสูบและฝาสูบ อลูมินัม อัลลอย บล็อก
ช่วยลดน้ำหนักของเครื่องยนต์ พร้อมระบบควบคุมการเปิดวาลว์ไอดีแบบแปรผัน MIVEC (Mitsubishi Innovative Valve Timing Electronic Control System) ช่วยให้อัตราเร่งดีขึ้น เผาไหม้หมดจด และประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงกว่าเดิม 20% โดยประหยัดมากถึง 15.2 กิโลเมตรต่อลิตร

aw Triton Cat DC_P3_4_C

ขณะที่รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.5 ลิตร เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ ให้สมรรถนะสูงสุด 128 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 240 นิวตัน-เมตร ที่ 1,500-3,500 รอบ/นาที และเครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบ แปรผัน อินเตอร์คูลเลอร์ ขนาด 2.5 ลิตร 178 แรงม้าที่ 4,000 รอบ/นาที รวมทั้งยังมีเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 2.4 ลิตร มาพร้อมระบบควบคุมการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบ  ECU ที่ควบคุมจ่ายเชื้อเพลิง ด้วยระบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ แรงม้าสูงสุด 128 แรงม้า ที่ 5,250  รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 194 นิวตัน-เมตรที่ 4,000 รอบ/นาที

Print

ในส่วนของระบบขับเคลื่อน มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ ได้ติดตั้งระบบขับเคลื่อนแบบ SS4-II (Super Select 4WD II All Wheel Control) ในมิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ลแค็บรุ่น GLS-LTD ขับเคลื่อน 4 ล้อ เกียร์อัตโนมัติ เพื่อให้ผู้ขับขี่ สามารถเปลี่ยนโหมดจากระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ (2H) เป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (4H) แบบ Full-time  All Wheel Control เพิ่มสมรรถนะการทรงตัวได้ดีขึ้น มั่นใจในการขับขี่บนถนนทางเรียบลื่น และสามารถเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนเป็น 4HLc หรือ 4LLc เมื่อต้องการขับขี่บนเส้นทางแบบออฟโรดง่ายขึ้น ด้วยการเปลี่ยนโหมดขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า ซึ่งเป็นระบบเดียวกับที่มีใน มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่

ไทรทัน ใหม่

รูปลักษณ์ภายนอกของ รถกระบะมิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่  ยังคงมีเอกลักษณ์และดีไซน์เฉพาะตัว โดยเฉพาะด้านหน้าที่มาพร้อมกระจังหน้า ใหม่ !! โครเมียมรมดำสไตล์สปอร์ต เพราะรุ่นที่แล้วที่เป็นโครเมียมเงาวับคงไม่โดนใจใครหลายคน เพราะมันเหมือนกระจังหน้าแต่งคลองถมที่นำเข้าจากจีน ทำให้รถดูเสี่ยวดูราคาถูก แทนที่จะดูหรูหราราคาแพง  รุ่นนี้เลยเอาไม่รมดำซะหน่อย ว่าไม่ได้นะดูดี ดูแพงขึ้นเลยทีเดียว  ไฟหน้ายังเหมือนเดิมแบบโปรเจคเตอร์Bi-XENON HID สไตล์โฉบเฉี่ยว สิ่งที่เปลี่ยนใหมอีกจุดคือ บันไดข้างใหม่บันไดข้างดีไซน์ใหม่!! ขนาดยาวกว่าเดิม 34 เซนติเมตร แหมมถ้าไม่สังเกตดีๆนี่แถบไม่รู้เลยว่าเปลี่ยนนะครับ แต่อาจจะช่วยการขึ้น – ลงรถสะดวกขึ้นก็ได้นะ

หน้าจอ5ช่อง

ภายใน ถูกออกแบบให้เหนือระดับชั้น  ทั้งในห้องโดยสารและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอย่างครบครัน พร้อมมาตรวัดใหม่ ดีไซน์สปอร์ต โฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้น !! ดูสวยเท่ห์ดีนะครับซึ่งมาพร้อมกับจอแสดงผล ข้อมูลเอนกประสงค์ (Multi-information display) ที่แสดงผลข้อมูลหลากหลาย และอันนี้ก็ใหม่เพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้โดยสาร ด้วยการเสริมพนักพิงศีรษะในที่นั่งตอนหลัง 3 ตำแหน่ง !!

TC_DC_P21-22

ส่วนมาตรฐานความปลอดภัย โดยทุกรุ่นมาพร้อมโครงสร้างตัวถังนิรภัย (RISE Body) พร้อมการออกแบบโครงสร้างส่วนหน้าให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น เพื่อให้สามารถดูดซับแรงกระแทกจากการชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ติดตั้งถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง พร้อม เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงกลับอัตโนมัติ 2 ทิศทาง (2-way pretensioner) เข็มขัดนิรภัยเบาะหลัง ELR 3 จุด 3 ตำแหน่ง (Rear Seat Belt 3-Point ELRx3) และเพิ่มจุดยึดเบาะเด็ก ISOFIX 2 ตำแหน่งที่เบาะนั่งแถวที่ 2 !! ตามมาตรฐานความปลอดภัย รวมทั้งระบบนำทางในรถยนต์ (Navigation System) กล้องมองหลังขณะถอยจอด เพิ่มระบบล็อกประตูอัตโนมัติ (Auto Door Lock By Speed Sensing) เมื่อรถมีความเร็ว 15 กิโลเมตร/ชั่วโมง

ไทรทัน ใหม่1

กับสิ่งที่มิตซูบิชิ ใส่เพิ่มเข้ามาใน ไทรทัน ใหม่ คันนี้ซึ่งมีหลักๆอยู่ไม่กี่ชิ้นกับราคาที่เพิ่มขึ้นประมาณ 4,000 – 12,000 บาท มันจะคุ้มค่าเงินที่ต้องจ่ายเพิ่มหรือไม่คงต้องลองคิดทบทวนกันเอาเองนะครับ กับราคาเริ่มต้นที่ 489,000 – 964,000 บาท

ผู้บริหารกับรถมิตซูบิชิ ไทรทันใหม่

ส่วนภาพรวมของตลาดรถกระบะในประเทศไทยปีนี้คาดว่าอยู่ที่ประมาณ 324,000 คัน คิดเป็น 45% ของตลาดรถโดยรวม ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทางมิตซูบิชิตั้งเป้าแนะนำรถยนต์ที่มี “ความคุ้มค่า” มากยิ่งขึ้น ในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ และมั่นใจว่าด้วยกลยุทธ์การนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆประกอบกับการให้ความสำคัญกับการทำกิจกรรม CRM ตอบแทนลูกค้า การพัฒนาการบริการหลังการขายของอย่างต่อเนื่องจะทำให้ได้รับความพึงพอใจจากลูกค้ามากขึ้น

Leave A Reply