DAY 19 : ออกเที่ยวอาณาจักรเปอร์เซียโบราณ

0

จากการที่เมืองทาชเคนต์จะมีการเตรียมจัดงานประชุม SCO – Shanghai Cooperation Organization 2016 ทำให้คาราวานไฮลักซ์ รีโว่ ต้องอยู่ที่ทาชเคนต์กันถึง 2 วัน วันนี้จึงได้เวลาเดินทางต่อ โดยเปลี่ยนแผนเล็กน้อยจากเดิมที่ต้องแวะพักที่เมืองซาร์มาคานด์ (Samarqand) จึงเปลี่ยนเป็นแวะเที่ยวชมกันเล็กน้อย แล้วขับตรงไปพักที่เมืองบูคาร่า (Bukara) รวมระยะทาง 586 กิโลเมตรREVO-TOYOTA-D1901คาราวานออกเดินทางกันตั้งแต่ 7 โมงเช้า เส้นทางส่วนใหญ่เป็นถนนสี่เลน ผ่านภูมิประเทศทิวเขาสลับกับที่ราบ และบรรยากาศชนบทของอุซเบกิสถาน สภาพอากาศค่อนข้างร้อนและแห้งแล้ง และเนื่องจากวันนี้ต้องเร่งทำเวลากันพอสมควร เพื่อจะได้มีเวลาสัมผัสกับเมืองซามาร์คานด์ จึงมีการเร่งความเร็วในการขับขี่ ซึ่งสมรรถนะอัตราเร่งของเครื่องยนต์ใหม่ GD Efficient Boost ในไฮลักซ์ รีโว่ ก็ไม่ทำให้ทีมคาราวานผิดหวัง ทำได้ดีทั้งการวิ่งทางตรงและจังหวะเร่งแซง ทำให้เวลาประมาณบ่ายโมงทีมคาราวานก็มาถึงเมืองซาร์มาคานด์ พร้อมรับประทานอาหารกลางวันแบบพื้นเมืองภายในห้องอาหารสุดหรู ก่อนจะออกไปสำรวจสถานที่สำคัญประจำเมือง
REVO-TOYOTA-D1903REVO-TOYOTA-D1904เมืองซาร์มาคานด์ (Samarqand) หรือเรียกแบบไทย ๆ ว่าเมืองสมารขัณฑ์ เป็นเมืองใหญ่อันดับสองรองจากทาชเคนต์ เคยเป็นแคว้นหนึ่งของอาณาจักรเปอร์เซียโบราณ มีชื่อในอดีตว่ามาราคานดา (Marakanda) พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชเคยนำกองทัพกรีกมายึดครองเมืองนี้ และได้แต่งงานกับสาวพื้นเมืองนามว่าโรซานา (Roxana) หลังจากนั้นได้เปลี่ยนมือไปอยู่ภายใต้การปกครองของกองทัพเติร์ก อาหรับ และมองโกล ที่มาพร้อมกับศาสนาอิสลามREVO-TOYOTA-D1905
REVO-TOYOTA-D1906ซามาร์คานด์ถือเป็นเมืองที่มีความเป็นมาพอสมควร เพราะใครเข้ามาปกครองก็จะเผาเมืองเก่าทิ้ง แล้วสร้างเมืองใหม่ขึ้นมาทดแทน โดยซามาร์คานด์ที่เห็นในปัจจุบันเป็นการสร้างใหม่ของนักรบยอดขุนพล อมิร์ ติมูร์ ที่ได้เลือกซามาร์คานด์เป็นศูนย์กลางของจักรวรรดิติมูริด (Temurid) ซึ่งแผ่ขยายไปถึงดินแดนอาหรับ อินเดีย เปอร์เซีย โดยทุกครั้งที่รบชนะจะมีการกวาดต้อนช่างฝีมือจากที่นั้นๆ กลับมายังซามาร์คานด์เพื่อสร้างอนุสรณ์สถานที่วิจิตรพิสดารและใหญ่โตมโหฬาร เปรียบได้ดั่งมหานครโรมแห่งเอเชียกลางเลยทีเดียวREVO-TOYOTA-D1907
REVO-TOYOTA-D1908นอกจากนี้ซามาร์คานด์ยังตั้งอยู่บนจุดตัดเส้นทางการค้าในอดีต โดยมีแม่น้ำเซรัฟฟานไหลผ่าน และอยู่บนเส้นทางสายไหมมายาวนานกว่า 2,500 ปี ถือเป็นชุมทางการค้าที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในยุคเฟื่องฟูของเส้นทางสายไหมเลยก็ว่าได้ และสถานที่ที่ทีมคาราวานได้ไปเยี่ยมชม คือ จตุรัสรีจีสตาน (Registan Square) อันโด่งดัง สัญลักษณ์ของการท่องเที่ยวอุซเบกิสถาน ที่ล้อมรอบสามด้านด้วยมาดราซาขนาดใหญ่ งดงามด้วยงานประดับแผ่นกระเบื้องสีสดจากบนลงล่าง มีโดมสีเทอร์ควอยส์ (Blue Domes) อันโดดเด่น โดยมีผู้สร้าง คือ ข้าหลวงชาวอุซเบกนามว่า ยาลังตุช บาคาดูร์ แต่เดิมสถานที่แห่งนี้เป็นตลาดชุมทางการค้าที่ถนนหกสายภายในเมืองตัดมาบรรจบกัน ต่อมาจึงเปลี่ยนเป็นลานสวนสนามของกองทัพและลานประหารนักโทษ นับเป็นโบราณสถานที่สำคัญและมีภูมิหลังทางประวัติศาสตร์อันยาวนาน อีกทั้งมีความวิจิตรสวยงามที่ยากจะหาที่ใดมาเปรียบ สร้างความประทับใจให้ทีมคาราวานเป็นอย่างมากREVO-TOYOTA-D1911
REVO-TOYOTA-D1910หลังชื่นชมความงามของจตุรัสรีจีสตานกันพอสมควรแล้ว คาราวานก็ออกเดินทางต่อไปยังเมืองบูคาร่าทันที เพื่อให้ถึงก่อนพระอาทิตย์ตกดิน จะได้มีโอกาสสำรวจเมืองโบราณแห่งนี้ ระหว่างทางผ่านเขตกำแพงเมืองเก่า ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดแวะพักบนเส้นทางสายไหมของคาราวานพ่อค้าในอดีต ทีมคาราวานจึงหยุดถ่ายภาพกันเล็กน้อยก่อนออกเดินทางต่อ และเนื่องจากระยะทางยังอีกไกล จึงต้องใช้ความเร็วบนสภาพถนนที่ชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อและขรุขระ แต่ด้วยโครงสร้างแชสซีส์ FIRM และระบบช่วงล่าง DCS ที่ออกแบบระบบการสั่นสะเทือนใหม่ให้แหนบยาวขึ้น โช๊คอัพใหญ่ขึ้น ช่วยดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้เป็นอย่างดี รวมถึงการควบคุมเสถียรภาพของห้องโดยสาร ทำให้การขับขี่ราบเรียบ นุ่มนวล ก็ทำให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารยังคงนั่งสบาย ไม่รู้สึกถึงแรงสะเทือนมากนัก และด้วยสมรรถนะของเครื่องยนต์ GD Efficient Boost ของไฮลักซ์ รีโว่ ก็ทำให้ทีมคาราวานมาถึงบูคาร่ากันก่อนพระอาทิตย์ตกดิน และมีโอกาสได้สำรวจเมืองมรดกโลกแห่งนี้กันตามที่ตั้งใจไว้REVO-TOYOTA-D1912บูคาร่า (Bukhara) เป็นชื่อที่มาจากภาษาเปอร์เซียโบราณว่าบูคารัค (Bukharak) แปลว่าสถานที่แห่งความสุขความโชคดี เป็นเมืองโอเอซิสกลางทะเลทรายที่เป็นจุดศูนย์กลางสำคัญทางการค้าบนเส้นทางสายแพรไหมเพราะเป็นจุดตัดของถนนซึ่งทอดตรงมาจาก เมิฟว์ กูร์กันจ์ เฮรัต คีวา และซามาร์คานด์ จึงเป็นจุดแวะพักของกองคาราวานเช่นเดียวกับเมืองซามาร์คานด์ อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางของศาสนาอิสลามในเอเชียกลางที่องค์การยูเนสโก้ได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นเมืองมรดกโลก เปรียบได้ดั่งพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่ยังมีลมหายใจ อายุมากกว่า 2,500 ปี ในยุครุ่งเรืองที่สุด บูคาร่ามีมาดรัสซาถึง 250 แห่ง หอมินาเรตกว่า 200 หลัง และมัสยิดเท่ากับจำนวนวันในหนึ่งปี
REVO-TOYOTA-D1913โดยทีมคาราวานมีโอกาสได้ไปดูแสงสุดท้ายกันที่จตุรัสสำคัญที่สุดในเมือง ซึ่งประกอบไปด้วยมัสยิด และ เสามินาเรต ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของบูคาร่า โดยในศาสนาอิสลามจะนิยมสร้างมินาเรตขึ้นข้างๆ มัสยิด เพื่อทำหน้าที่ประกาศเรียกชาวบ้านในละแวกนั้นมาทำพิธีละหมาด 5 ครั้งต่อวัน เรียกว่า การอะซาน หรือ การบัง ภาษาไทยเลยเรียก มินาเรตว่า หออะซานหรือหอบัง โดยคำว่ามินาเรต (Minaret) มาจากภาษาอาหรับว่า มานารา (Manara) ซึ่งแปลว่าประภาคาร ฉะนั้นหน้าที่ของมินาเรตอีกอย่างคือทำหน้าที่ส่องไฟเพื่อบอกทิศทางหรือจุดหมายสำหรับกองคาราวานที่เดินทางยามค่ำคืน และสร้างให้สูงเพื่อให้มองเห็นได้จากที่ไกลๆ ในเวลากลางวัน นอกจากนั้นยังไว้ใช้สังเกตการณ์เฝ้าดูข้าศึกในยามสงคราม นับว่ามินาเรตเป็นสิ่งคู่กับมัสยิด เช่นเดียวกับโบสถ์คริสต์ที่มักจะมีหอระฆังสร้างอยู่ข้างกันเสมอREVO-TOYOTA-D1915

REVO-TOYOTA-D1914ทีมคาราวานได้เก็บภาพความประทับใจ จนกระทั่งแสงทไวไลท์สีน้ำเงินถูกแทนที่ความงามด้วยสีดำสนิทของท้องฟ้าที่มาพร้อมกับดาวและพระจันทร์ดวงโต ยิ่งทำให้เมืองนี้เป็นเมืองที่มีเสน่ห์มากขึ้นไปอีก จนอยากจะอยู่ต่ออีกสักคืน แต่ภารกิจอันยิ่งใหญ่ยังรออยู่เบื้องหน้า ทำให้ต้องบอกลาบูคาร่ากันในคืนนี้ แล้วเตรียมลุยต่อกับภารกิจข้ามแเดนในวันพรุ่งนี้ มุ่งหน้าสู่ประเทศเติร์กเมนิสถาน จะเป็นอย่างไรติดตามและเป็นกำลังใจกันได้ที่นี่ www.toyota.co.th/hiluxrevocaravantrip พร้อมร่วมสนุก “อ่านแล้วแชร์” ง่าย ๆ เพียงแค่คลิ๊ก พิมพ์ #hiluxrevocaravantrip รับกล้อง GoPro Hero4 และของที่ระลึกอื่น ๆ อีกมากมาย หรือที่ www.facebook.com/toyotahiluxthailand

ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน ทริ๊ป CR : Toyota Hilux Revo Thailand PHOTO Scratch da world / สองเท้า-เกาโลก

Comments are closed.