JPN Taxi เมื่อภาพจำในอนาคตของญี่ปุ่น คือ แท็กซี่ !

0

‘ญี่ปุ่น’ เป็นประเทศที่คิดอะไรอย่างจริงจังและต้องสร้างชื่อเสียงให้คนจดจำเสมอ…ภาพจำของญี่ปุ่นของเราในอดีต ถ้าไม่นับรวมพวกหนังไม่ตรงปกทั้งหลายแหล่ ก็จะมี โดราเอม่อน ซูชิ กิโมโน ภูเขาไฟฟูจิ และ อีก บลา บลา บลา

แต่ในเมื่อกำลังได้เป็นเจ้าภาพงานกีฬาระดับโลกอย่างโอลิมปิคและพาราลิมปิคเกม ปี 2020  กำลังจะเกิดสัญลักษณ์ใหม่ ที่ทำให้ใครและใครต้องจดจำมากยิ่งขึ้นยามไปท่องเที่ยวแดนอาทิตย์อุทัย ก็คือ แท็กซี่ !!!

เดิมทีหากใครได้มีโอกาสไปเหยียบแผ่นดินแห่งความตื่นตาตื่นใจ แล้วได้มีโอกาสลองใช้บริการรถสาธารณะอย่างแท็กซี่ ล้วนแต่เก็บความประทับใจลงมาจากรถแทบทุกราย ไม่ว่าจะเป็นมารยาทของคนขับ มีกระเป๋าใบใหญ่ จงยืนเฉย ๆ เดี๋ยวคนขับมายกให้ ประตูเปิดอัตโนมัติ (ห้ามเปิดเองเพราคนขับจะรู้สึกผิดประหนึ่งฆ่าคนตายมาแล้วสามศพ) รถสะอาดน่านอน ไปจนถึงค่าบริการก็ตรงไปตรงมา อย่างยอมรับได้ฉะไหนเลยจะให้มองข้ามกันไปอย่างเปล่าประโยชน์….

โตโยต้า ในฐานะเจ้าภาพหลักอย่างเป็นทางการในการจัดงานโอลิมปิคและพาราลิมปิคเกม จึงได้ทำการเปิดตัว JPN Taxi หรือ เจแปน แท็กซี่ ออกสู่สายตาสาธารณะชน เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวนมาก ในช่วงงานใหญ่ระดับโลก

ท้าวความกันพอเข้าใจ แท็กซี่ในประเทศญี่ปุ่นเหมือนบ้านเราครับ คือ เป็นยี่ห้อโตโยต้า ทั้งหมด ต่างกันตรงรุ่นที่ใช้ ของพี่ไทยเรา คือ โตโยต้า โคโลร่า แต่ของญี่ปุ่นเค้าใช้โตโยต้า คราวน์ คอมฟอร์ท รถยนต์นั่งขนาดกลางที่ออกแบบไว้ตั้งแต่เมื่อ 22 ปีที่ผ่านมา เพื่อเป็นรถแท็กซี่เท่านั้น และใช้ก๊าซหุงต้ม LPG เป็นเชื้อเพลิงหลัก

จากข้อมูลพบว่า ปัจจุบันในญี่ปุ่นมีรถแท็กซี่อยู่จำนวน 2.4 แสนคัน ทั่วประเทศญี่ปุ่น ในโตเกียวจะมีรถแท็กซี่ อยู่ประมาณ 50,000 คัน เป็นแท็กซี่ของสหกรณ์ 30,000 คัน แท็กซี่ส่วนบุคคลอีก 20,000 คัน และในอดีตที่ผ่านมามีการจำหน่ายเพิ่มในตลาดเดือนละ 1,000 คัน ทุกเดือน

ในเมื่อใช้ดีไซน์เดิมมานานกว่า 22 ปี ก็ถึงเวลาต้องสร้างสรรค์สิ่งใหม่  แท็กซี่รุ่นใหม่ของโตโยต้า จึงเป็นมากกว่า การสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับแท็กซี่ในประเทศญี่ปุ่นออกสู่สายตาชาวโลก แต่ยังหวังจะเข้าไปมีบทบาทในการพัฒนาสังคม รองรับอนาคตของญี่ปุ่นที่กำลังเข้าสู่ยุคสังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์อีกด้วย การดีไซน์ออกแบบ JPN Taxi ไม่ใช่แค่การสร้างรูปลักษณ์ที่ดูน่ารักแปลกตา แต่โตโยต้าตั้งใจให้มันเป็น ยูนิเวอแซลดีไซน์ หรือ ดีไซน์ที่ใครก็สามารถใช้ประโยชน์ได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ ผู้ทุพพลภาพ และผู้ที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี ก็สามารถโดยสารรถคันนี้ได้แคล่วคล่อง พร้อมด้วยคอนเซ็ปต์ที่ผู้ออกแบบรถทั่วโลกต้องใส่ใจ คือ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม !!

ผู้บริหาร โตโยต้า เค้าบอกว่า จุดขายสำคัญของ JPN Taxi มีทั้งหมด 5 อย่าง คือ การจัดวางรูปแบบให้เป็นรถแห่งอนาคต รถที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมีความคุ้มค่า มีเอกลักษณ์ความเป็นชาติญี่ปุ่น อุปกรณ์ติดตั้งด้านความปลอดภัยครบครัน และมีความคงทนสมกับการใช้งานเป็นรถแท็กซี่ไล่รายละเอียดตัวรถกันพอสังเขป ก็ดูมีมิติที่น่าสนใจและความใส่ใจในการออกแบบ….

เริ่มจากระบบขุมพลัง ถือว่าชวนให้แปลกใจและเพิ่งจะเคยได้ยินเป็นครั้งแรก คือ ระบบแอลพีจีไฮบริด ใช้เครื่องยนต์รหัส 1NZ-FXP ขนาด 1.5 ลิตร ระบบไฮบริดแบบ TOYOTA Hybrid System II  ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า เคลมตัวเลขประหยัดพลังงานในระดับ 19.4 กิโลเมตร/ลิตร  ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ พร้อมด้วยอุปกรณ์ความปลอดภัยโดยมีแพ็กเกจ Toyota Safety Sense C และถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

ตัวรถเลือกใช้สีอันเป็นเอกลักษณ์ของประเทศอย่าง ดีพ อินดิโก้ หรือ น้ำเงินเข้ม ซึ่งเป็นสีที่ใช้สำหรับการย้อมสีต่างๆ ในประเทศญี่ปุ่นมากว่า 1,300 ปี  ภายในจัดวางที่มีการออกแบบให้ที่นั่งแถวหลังมีขนาดใหญ่ ออกแบบพื้นเรียบและต่ำเพื่อเดินขึ้น-ลง ง่าย ประตูสไลด์ เปิด-ปิดไฟฟ้าเฉพาะฝั่งซ้าย พื้นที่กว้างขวางเหมาะแก่การขนสัมภาระ

จากการที่ได้มีโอกาสทดลองนั่งโดยสารจาก ชินจูกุ ไปยัง โยโกฮามา เข้าไปนั่งภายในได้เห็นอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสุดทันสมัยมากมาย ทั้งเนวิเกเตอร์ มิเตอร์พร้อมเครื่องปริ๊นซ์ใบเสร็จ บางคันมีโทรศัพท์อยู่ในรถ โดยเฉพาะการซ่อนชุดช่วยเหลือผู้พิการหรือคนชราซ่อนไว้ใต้เบาะแถวสองของผู้โดยสาร ซึ่งดูเหมือนว่าจะมีความแตกต่างกันไปแล้วแต่สหกรณ์ไหนจะเลือกติดตั้งเข้าไปเพิ่มเติม ซึ่งจัดเป็นรถที่นั่งสะดวกสบาย เพราะหลังคาค่อนข้างสูง มีพื้นที่ให้พาดแขนพาดขาได้สะดวกสบาย แถวหลังมีจุดชาร์มแบตเตอรี่มือถือ พร้อมจุดปรับแอร์คอนดิชั่นของแถวหลังได้เอง ซึ่งช่างสมกับเป็นรถแท็กซี่อันแสนจะดูดีมีชาติตระกูลเป็นอย่างยิ่ง
จากการสอบถามพูดคุยจากสหกรณ์แท็กซี่ที่นำรถมาให้บริการกลุ่มนักข่าวที่ไปร่วมงานในครั้งนี้แบบพอจับใจความได้ ดูเขาค่อนข้างจะชื่นชอบกับเจ้า JPN Taxi อยู่ไม่น้อย หลังจากเริ่มเปิดจำหน่ายให้สหกรณ์ทั่วไปได้ลองใช้งาน คำบอกเล่าคือ มีสมรระถนะที่ดีขึ้นกว่ารุ่นที่เคยใช้อยู่เดิม มีทัศนวิสัยในการขับขี่ที่ดีกว่า ลูกค้าขึ้นลงสะดวก และอัตราการประหยัดเชื้อเพลิง ดีขึ้นกว่า คราวน์ คอมฟอร์ท รุ่นเดิม 3 เท่า จากเดิมใช้คราวน์อยู่ประมาณ 5 กม./ลิตร แต่ JPN Taxi ทำได้ถึง 15 กม./ลิตร ทั้งนี้ ราคาจำหน่าย JPN Taxi ในประเทศญี่ปุ่น มี 2 รุ่น คือ รุ่น นาโกมิ ราคา 3,277,800 เยน รุ่น ทาคูมิ ราคา3,499,200 เยน คิดเป็นเงินไทยคร่าว ๆ ตกประมาณคันละล้านกว่าบาทความเชื่อมโยงที่น่าสนใจและน่าจะเกี่ยวข้องกับคนไทยอย่างเราๆ คือ แท็กซี่ในไทยนับเป็นตลาดใหญ่ของโตโยต้า แม้จะไม่คาดหวังว่าเราจะได้มีโอกาสเห็นรถรุ่นนี้มาวิ่งในประเทศไทย และโตโยต้าญี่ปุ่นเองก็ไม่ได้ปิดโอกาสในการจะส่งออกไปขายต่างประเทศ แต่เมื่อมาคิดในหลายกระบวนการแล้วคงจะเป็นไปได้ยาก

สิ่งเดียวที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อระบบขนส่งสาธารณะของประเทศไทยในอนาคต คือเรื่องของระบบแอลพีจีไฮบริด ที่หากพิจารณาถึงองค์ประกอบโดยรวมของประเทศแล้ว น่าจะถูกนำเข้ามาขาย และติดตั้งในรถแท็กซี่ประเทศไทยเป็นอย่างมาก ทั้งข้อดีเรื่องของความประหยัดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ล้วนสมเหตุสมผลต่อทิศทางของประเทศเป็นอย่างยิ่ง

อยู่เพียงแต่ว่า โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จะเห็นควรด้วยหรือไม่ เพราะจำนวนแท็กซี่ยี่ห้อโตโยต้าในประเทศไทย ก็ไม่น่าจะจำนวนน้อยกว่าในญี่ปุ่นเป็นแน่ การจะนำเข้ามาหรือผลิตในประเทศเอง ก็น่าจะมีความเป็นไปได้ และไม่น่าจะเกินความสามารถ จะยกเว้นอย่างเดียวที่โตโยต้านำเข้ามาใช้กับแท็กซี่ไทยไม่ได้ คือ วินัย และการไม่ปฏิเสธผู้โดยสาร เท่านั้น จริง ๆ  นะ

 

 

Comments are closed.