Toyota Altis ESport Option ภายนอกอาจดูเฉยๆแต่ถ้าลองสัมผัสแล้วจะติดใจ

0

Toyota Cotolla Altis  นับเป็นรถยนต์อีกรุ่นที่เป็นรถธง เรียกได้ว่าเป็นตัวความหวังของโตโยต้า  และหลังจากการประกาศเปิดตัว โคโรลล่า อัลติส ปี 2017 ไมเนอร์เช้นจ์ เติมความทันสมัยทั้งภายนอกและภายใน พร้อมเพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่าง ๆ ตลอดจนระบบความปลอดภัยที่เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่น โดยโคโรลล่า อัลติส ไมเนอร์เช้นจ์ จะเร้าใจ..กว่าที่เคย

ในครั้งนี้เราได้มีโอกาศได้เข้าร่วมการทดสอบเจ้า โตโยต้า อัลติส ไมเนอร์เช้นจ์ โดยจะเป็นการขับแบบใช้งานจริง ขับแบบใช้งานทั่วไป ทั้งวิ่งผ่านถนนที่รถติด วิ่งบนไฮเวย์ และทางหลวงชนบท โดยใช้เส้นทางจาก toyota driving experience park ที่บางนา ปลายทางอยู่ที่โรงแรม So Sofitel หัวหินรูปลักษณ์ภายนอกถ้าเทียบกับคู่แข่งตัวหลักอย่างฮอนด้า ซีวิค ก็บอกเลยว่าเรื่องดีไซน์ภายนอกนั้น อาจจะสู้ไม่ได้ แต่ อัลติส คันนี้ก็มีการปรับดีไซน์ใหม่ โดยเฉพาะด้านหน้าให้ดูทันสมัย โฉบเฉี่ยวขึ้น ไฟหน้า Bi-Beam LED Projector ปรับระดับและเปิด–ปิด อัตโนมัติ พร้อมไฟเดย์ไลท์แบบ LED ช่วยเสริมความหรูหราแต่แฝงด้วยความดุดัน ไฟตัดหมอกหน้าและกระจังหน้ารับกับกันชนหน้าที่ดีไซน์ออกมาได้อย่างโฉบเฉี่ยวและดุดัน ไฟท้าย LED แบบ Light Guiding โดดเด่น และชัดเจนขึ้นการทดสอบในครั้งนี้ผมได้ขับรุ่น ESport Option 1.8 G ซึ่งเป็นรุ่นที่เป็น Line up ผลิตภัณฑ์ใหม่ ได้รับการตกแต่งเพิ่มเติมจากรุ่นทั่วไป เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่รักความท้าทาย ต้องการความเร้าใจ ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกต้องบอกเลยว่ามีความสปอร์ต โฉบเฉี่ยว ดุดันมากขึ้นกว่ารุ่นปกติ เพราะเจ้ารุ่นนี้เค้าเสริมชุดแต่งรอบคัน สปอยเลอร์ท้ายพร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 ท่อไอเสียพร้อมปลายครอบแบบสปอร์ต แผงใต้ท้องรถพร้อมครีบแหวกอากาศ ระบบกุญแจอัจฉริยะ Smart Entry พร้อมปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ และใส่ล้ออัลลอยลายสปอร์ตดีไซน์ใหม่ ขนาด 17 นิ้ว เข้าไป แน่นอนหลายท่านอาจจะมองว่าเจ้าคู่แข่งของโตโยต้า อัลติส อย่างฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ดูสวยกว่า เท่ห์กว่า แต่ลองคิดดูดีๆโตโยต้าอัลติส มองแวปแรกอาจจะสู้ไม่ได้ แต่ลองผ่านไป 2-3 ปี โตโยต้า อัลติสก็ยังคงความสวย เท่ห์ และคลาสสิคอยู่นะจ๊ะ ไม่มีเชยไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ ดูได้จากรุ่นแรกๆที่วัยรุ่นยังคงนิยมอยู่เลยห้องโดยสารภายในออกแบบแผงคอนโซลหน้าใหม่ เดินด้ายตะเข็บสีขาวพร้อมวัสดุแบบ Soft touch ติดตั้งช่องแอร์ทรงกลมดีไซน์สปอร์ต มาตรวัดเรืองแสง Optitron ดีไซน์ใหม่ พร้อม Meter WOW หน้าจอแสดงผลการขับขี่แบบสี Color MID เบาะนั่งด้านคนขับและผู้โดยสารด้านหน้าปรับด้วยระบบไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมปุ่มดันหลังไฟฟ้า ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์ผ่าน Bluetooth สามารถโทรออกด้วยเสียง แถมยังติดตั้งเครื่องเสียงรองรับ DVD/ CD/ MP3/ WMA หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้วรองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth และลำโพง 6 จุด มีช่องเชื่อมต่อ USB จำนวน 3 จุด (ด้านหน้า 1 จุด ด้านหลัง 2 จุด) ระบบนำทาง Navigator รองรับ T-CONNECT ระบบควบคุมการปัดน้ำฝนอัตโนมัติ (Rain Sensor)  แต่ในของรุ่น ESport Option ที่ผมขับมีการเพิ่มเติมฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครันมากยิ่งขึ้น สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้นกว่าเดิม  ติดตั้งเบาะนั่งคู่หน้าสไตล์รถแข่ง (Bucket Seat) ปรับด้วยระบบไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมปุ่มดันหลังไฟฟ้าฝั่งคนขับ มีสวิตช์การขับขี่แบบสปอร์ต เอาไว้เพื่อนึกสนุก และเพิ่มกล้องมองหลัง   

เราเริ่มต้นการทดสอบที่สนามทดสอบรถ toyota driving experience park แห่งนี้เพราะที่นี้มีหลายสเตชั่นให้ได้ทดสอบระบบต่างๆของเจ้า อัลติส คันนี้ โดยเราจะได้ลองทั้งอัตราเร่ง ระบบช่วงล่าง ความคล่องตัว ระบบช่วยเหลือต่างๆ ระบบเบรก อัตราเร่งทำได้ดีมากทีเดียวครับออกตัวดี การทดสอบ VSC และ TRC ด้วยการขับบนพื้นกระเบื้องฉีดน้ำจนลื่น ลองกดคันเร่งสุด กำลังของเครื่องยนต์ถูกตัดออก เพื่อป้องกันล้อหมุนฟรี รถขับเคลื่อนไปได้ช้าๆยังสามารถควบคุมทิศทางรถได้สบายมากและง่ายดาย สลาลมซ้าย-ขวา ที่ความเร็ว 60 กม./ชม. ทำได้อย่างคล่องตัว เลนเชนจ์ การเปลี่ยนเลนแบบกระทันหันรถก็ยังมีความมั่นคง พวงมาลัยน้ำหนักกำลังดี แม่นยำ ควบคุมง่าย การขับผ่านถนนขรุขระหรือคอสะพานจำลอง ช่วงล่างนุ่มนวลดีครับ แต่เจ้ารุ่น ESport ช่วงล่างจะกระด้างกว่ารุ่นอื่นๆเพราะทางโตโยต้าปรับเซ็ตมาให้มีความหนึบแน่น ยึดเกาะถนนได้ดีกว่า (แต่ไม่ได้กระด้างมากนะครับ) วัยรุ่นชอบแน่นอน แต่ถ้ามีอายุขึ้นมาหน่อยอาจจะต้องการความนุ่มนวล ผมมองว่าน่าจะเหมาะกับรุ่นทั่วไป ไม่เหมาะกับ ESport  ช่วงล่างดูดซับแรงสั่นสะเทือนหรือแรงกระแทกได้ดี  

เริ่มออกเดินทางไปหัวหินกันดีกว่าขับออกมาจาก toyota driving experience park บนถนนบางนา-ตราด รถค่อนข้างเยอะแต่เจ้าอัลติสก็สามารถพาเราลัดเลาะไปตามช่องว่างได้อย่างคล่องตัว ขึ้นทางด่วนเพื่อไปลงพระราม2รถเยอะมายังคงใช้ความเร็วมากไม่ได้ ที่ผมชอบมากคือระบบ BOS (เป็นระบบตัดการทำงานของคันเร่งหากเกิดค้าง) ปลอยภัยสุดๆ ลงพระราม 2 มุ่งหน้าสมุทรสงคราม ถนนช่วงนี้ค่อนข้างเป็นหลุมเป็นบ่อ ช่วงล่างของ อัลติส คันนี้ สามารถดูดซับแรงสั่นสะเทือนจากพื้นผิวของถนนที่เป็นคลื่น และขรุขระได้ดี ค่อนข้างนุ่มนวลครับขนาดถูกปรับเซ็ตแบบสปอร์ตมานะครับถนนเริ่มโล่งมาลองสมรรถนะของเจ้า อัลติส ESport คันนี้กันดีกว่าว่าจะสปอร์ตสมชื่อมั้ย กับเครื่องยนต์ เบนซิน 1.8 ลิตร Dual VVT-i ให้กำลังสูงสุด 141 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 177 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ลองขับในโหมดธรรมดาก่อน กดคันเร่งลงไป อัตราเร่งตอนออกตัวทำได้น่าประทับใจ ความเร็วไหลขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง ทำความเร็ว 150-160 กม./ชม.ได้อย่างสบาย และใช้เวลาไม่นาน แถมไม่ต้องเค้นเครื่องยนต์มากนัก เสียงลมหรือเสียงรบกวนต่างๆจากภายนอกเข้ามาในห้องโดยสารน้อยมากเงียบดีครับ เก็บเสียงรบกวนได้ดีจริงการเร่งแซงทำได้อย่างรวดเร็วทันใจ แซงได้สบายหายห่วง เกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i 7 สปีดแบบ Gate-type ทำงานผสานกับเครื่องยนต์ได้รื่นไหล และลงตัว คราวนี้เรามากดปุ่ม Sport ลองกันหน่อย พอกดลงไปเครื่องยนต์จะปรับให้มีแรงบิดสูงขึ้น แน่นอนอัตราทดของเกียร์ต้องเร็วขึ้นตามด้วย ส่งผลให้การขับขี่สนุกเร้าใจมากขึ้น อันนี้คอนเฟริ์มครับขับสนุกมาก หรือถ้าอยากได้อารมณ์มากขึ้นเจ้าคันนี้มี Paddle Shift นะครับ แต่อยากกดบ่อยนะปุ่ม Sport เพราะมันจะกินน้ำมันมากขึ้นนะครับบอกไว้ก่อนต้องยอมรับว่า อัลติส คันนี้ขับสนุก ขับดีกว่ารุ่นก่อนหน้าอยู่พอสมควรที่เดียวครับ หลายคนสงสัยแล้วมันจะพังง่ายมั้ยละนี่ หายห่วงยกตัวอย่างง่ายๆ ดูจากแท็กซี่เลยวิ่งกระจาย วิ่งทุกวันทั้งวันขนาดนั้น ยังไม่ค่อยพังเลย อึดสุดๆครับพูดเลย การเค้าโค้งต้องยอมรับมาช่วงล่างที่ปรับใหม่มานี้ดีกว่ารุ่นเก่าเยอะมากครับ เข้าโค้งด้วยความเร็วได้อย่างสบายใจหายห่วง เกาะ แน่น หนึบเลยครับ อ่อเกือบลืมไปอัลติสคันนี้มีระบบ HAC นะจ๊ะ มันคือระบบป้องกันรถไหล ขณะอออกตัวบนทางลาดชัน หมดปัญหาเวลาไปห้างแล้วรถติดขณะขึ้นที่จอดรถไม่ไหลไปชนคันหลังแน่นอนนอกจากนี้สิ่งที่โตโยต้าให้ความสำคัญสูงสุด และลงทุนในส่วนนี้มาก คือระบบ Active safety และ Passive safty อีกมากมาย ถุงลมนิรภัยรอบคัน 7 จุดทุกรุ่นย่อย ดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมระบบเบรก ABS/EBD และเสริมแรงเบรก BA, ระบบควบคุมการทรงตัว VSC, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC, กระจกมองข้างแบบ Reverse Link ปรับองศาลงอัตโนมัติเมื่อเข้าเกียร์ถอยหลัง, กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ (EC Mirror) และกล้องมองหลัง (Back Camera) และ BOS (เป็นระบบตัดการทำงานของคันเร่งหากเกิดค้าง) อัดมาให้อย่างหน่ำใจปลอดภัยสุดรถคันนี้เจ้า โตโยต้า อัลติส ไมเนอร์เช้นจ์ รุ่น ESsport มันช่างแตกต่างจากรุ่นเก่ามากมายทีเดียวทั้งเรื่องการขับขี่ที่สนุกขึ้น อัตราเร่งที่ดีขึ้น ช่วงล่างที่แน่น หนึบขึ้น แต่ก็ยังคงความนุ่มนวล กับราคารุ่น ESsport คันนี้ ที่ 979,000 บาท น่าสนใจไม่น้อย แต่ถ้าอยากได้ตัวธรรมดาไม่อยากได้ตัวแต่ง  ขับดีขับสนุก ไม่ต่างกันมากนักก็มีให้เลยตามความเหมาะสมตามการใช้งาน ราคาเริ่มต้นที่ 799,000 -1,079,000 บาท ถ้าอ่านแล้วไม่เชื่อต้องไปลองขับด้วยตัวเองเลยครับ รับรองจะติดใจ

Comments are closed.