TOYOTA C-HR มีดีตรงไหน แต่ละรุ่นต่างกันอย่างไร !!

0

เปิดราคาอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว สำหรับโตโยต้า ซี-เอชอาร์ (TOYOTA C-HR)  หลังเปิดจองสิทธิ์ในงานมอเตอร์

เอ็กโปร์ แบบยังไม่แจ้งราคา แต่มีคนสนใจร่วมจองสิทธิ์ล่วงหน้า กว่า 3,000 คัน (ข้อมูลตั้งแต่เดือน พ.ย.60 12 ม.ค.61) ยอดทะลุจากเป้าหมายจากคาดการณ์ไว้ตอนแรกที่ 2,000 คัน

โตโยต้า ซี-เอชอาร์ แบ่งเครื่องยนต์ออกเป็น 2 แบบ คือ เครื่องยนต์เบนซิน 1.8 เครื่องยนต์เบนซิน รหัส 2ZR-FBE 4 สูบแถวเรียง ขนาด 1.8 ลิตร 1,798 ซีซี. กำลังสูงสุด 141 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 177 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT ล็อคพูเล่ย์ 7 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อหน้า รองรับน้ำมัน E85

เครื่องยนต์เบนซิน 1.8 Hybrid รหัส 2ZR-FXE DOHC 4 สูบแถวเรียง DOHC Atkinson cycle 16 วาล์ว VVT-i ขนาด 1.8 ลิตร 1,798 ซีซี. ให้กำลังสูงสุด 98 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตันเมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet Synchronous Motor ให้กำลังสูงสุด 72 แรงม้า แรงบิด 163 นิวตันเมตร แบตเตอรี่แบบ Nickel metal Hydride (Ni-MH) 28 Modules 6.5 Ah รวมพละกำลังจากทั้งเครื่องยนต์ และ มอเตอร์ไฟฟ้าให้ กำลังสูงสุด 122 แรงม้า จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ แบบ E-CVT ”

4 รุ่น 4 ราคา

ซี-เอชอาร์ จะแบ่งออกเป็น 4 รุ่นย่อย ประกอบด้วย รุ่น 1.8 Entry  ราคา 979,000 บาท รุ่น 1.8 Mid ราคา 1,039,000 บาท รุ่น  HV Mid ราคา 1,069,000 บาท และ รุ่น HV Hi ราคา 1,159,000 บาท มีให้เลือกทั้งหมด 6 สี

สำหรับเครื่องยนต์ไฮบริด คือ สี Premium Red/Black Roof, Blue Metallic/Black Roof, Radiant Green Metallic/Black Roof, White Pearl Crystal, Metal Stream Metallic, Attitude Black Mica

สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน มีให้เลือก 3 สี White Pearl Crystal, Metal Stream Metallic, Attitude Black Mica

สีพิเศษ อย่างพรีเมียม Premium Red, Blue Metallic และ Radiant Green Metallic พร้อมหลังคาสีดำเพิ่ม  และสี White Pearl Crystal เพิ่มเงินจำนวน 10,000 บาท

จุดขายสำคัญ

โตโยต้า ซี-เอชอาร์ C-HR คือ มีให้ทั้งเครื่องยนต์เบนซิน และเครื่องยนต์ระบบไฮบริด โดยระบบไฮบริดเป็นเจนเนอเรชั่นใหม่ที่ได้รับการพัฒนาให้แบตเตอรี่ให้มีขนาดเล็กลง แต่สามารถเก็บประจุไฟฟ้าได้มากขึ้น และระบายความร้อนได้ดี มีความทนทาน และประหยัดน้ำมัน นอกจากนั้น ยังมีการย้ายตําแหน่งของแบตเตอรี่ เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังให้ กว้างขวางขึ้น รวมถึงการติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอันแสนทันสมัยเข้ามาในตัวรถอย่างมากมาย

4 เทคโนโลยี ใหม่ 

นอกจากเรื่องของรูปลักษณ์อันทันสมัยโฉบเฉี่ยวแล้ว ซี-เอชอาร์ ยังมาพร้อมกับ 4 เทคโนโลยีใหม่ ซึ่งจะเป็นต้นแบบของรถโตโยต้ารุ่นต่อไปในอนาคต ได้แก่

New Generation of Hybrid –ระบบไฮบริดเจเนอเรชั่นใหม่ได้รับการพัฒนาให้แบตเตอรี่มีขนาดเล็กลง แต่สามารถเก็บประจุไฟฟ้าได้มากขึ้น มีความทนทานและประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น โดยมีอัตราการประหยัดน้ำมันสูงถึง 24.4 กม./ลิตร ด้วยการย้ายตำแหน่งของแบตเตอรี่ทำให้สามารถระบายความร้อนได้ดีขึ้น

โครงสร้าง TNGA (Toyota Global New Architecture) ถูกพัฒนาขึ้นโดยการออกแบบโครงสร้างตัวถังใหม่ให้แข็งแกร่งและมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำลง ลดการโคลงตัวของตัวถัง โดดเด่นเรื่องประสิทธิภาพการเกาะถนน คล่องตัว รวมถึงการออกแบบห้องโดยสารเพิ่มทัศนวิสัยของผู้ขับขี่ให้กว้างขึ้นลดจุดอับสายตา ช่วงล่างด้านหลังแบบอิสระปีกนกคู่ (Double Wishbone Suspension)

Toyota Safety Sense ระบบความปลอดภัยใหม่ของรถโตโยต้ามาตรฐานระดับโลก ซึ่งรวมเอาระบบความปลอดภัยขั้นสูงไว้ด้วยกัน อาทิ ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (Pre-Collision System) ระบบควบคุมและปรับความเร็วอัตโนมัติ (Dynamic Radar Cruise Control) ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Automatic High Beams) ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยหน่วงอัตโนมัติ (Lane Departure Alert with Steering Assist)

Toyota T-Connect Telematics ระบบที่เชื่อมต่อผู้ขับขี่และรถยนต์ ผ่าน Smart phone และ Apple watch พร้อมทั้งเครือข่ายศูนย์ข้อมูลอัจฉริยะ เพื่อรับข้อมูลและความช่วยเหลือตลอดการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็น ระบบนำทาง T-Connect Telematics บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. ระบบตรวจสอบตำแหน่งรถยนต์และช่วยค้นหาพิกัดในกรณีที่รถถูกโจรกรรม  สัญญาณ Wi-Fi ในรถยนต์ และการลดเบี้ยประกันด้วยโปรแกรม Pay As You Drive insurance เป็นต้น

ความแตกต่างของทั้ง 4 รุ่น

แม้จะยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของออปชั่นภายในตัวรถอย่างเป็นทางการ แต่พบว่า ในเอสยูวีรุ่นใหม่ล่าสุดคันนี้ นอกจากจะบรรจุถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่งในทุกรุ่นแล้ว ยังมาพร้อมออปชั่นครบครันและมีความแตกต่างกันมากน้อยแล้วแต่รุ่นและราคาจำหน่าย

รุ่น 1.8 Entry เครื่องยนต์เบนซิน ราคา : 979,000 บาท

ภายในสีดํา , เบาะผ้าสีดํา , กุญแจแบบไข, ปรับระดับไฟหน้าด้วยสวิทช์หมุน เบรกมือแบบไฟฟ้า, เบรกโฮลด์, ล้อแม็ก 17นิ้ว, ไฟหน้าโปรเจคเตอร์, ไฟส่องสว่างกลางวัน, กระจกมองข้างปรับพับเก็บไฟฟ้า, กระจกหน้า Accoustic, เบาะหลังพับได้, ครูสคอนโทรล, ไฟหน้าเปิด-ปิดอัตโนมัติ, ไฟส่องนําทางเข้าบ้าน, แอร์อัตโนมัติ Dual Zone, ล็อคประตูอัตโนมัติ, ABS EBD BA VSC TRC HAC, ไฟตัดหมอกหลัง, ถุงลม 7 ตําแหน่ง, ไฟเตือนแรงดันลมยาง, กล้องมองหลัง, เซนเซอร์รอบคัน 8 ตําแหน่ง, Immobilizer, DVD ,BT, USB, AUX,

รุ่น 1.8 MID เครื่องยนต์เบนซิน ราคา : 1,039,000 บาท

เพิ่มอุปกรณ์มาตราฐานจากรุ่นล่างสุด คือ ภายในสีนําตาล เบาะหนัง ระบบ Push start Smart Entry ดันหลังไฟฟ้าเบาะคนขับ ไฟตัดหมอกหน้า

รุ่น 1. 8HV Mid เครื่องยนต์ ไฮบริด ราคา : 1,069,000 บาท

                ภายนอกเพิ่มสีทูโทนหลังคาสีดำ อุปกรณ์มาตรฐานเพิ่มจากรุ่น 1.8 MID Telematics, EV mode ระบบปรับระดับไฟหน้าอัตโนมัติ, ไฟเลี้ยวหน้า LED Sequential, ไฟหน้าแบบ Bi-Beam LED

รุ่น 1.8 HV Hi  เครื่องยนต์ ไฮบริด ราคา : 1,159,000 บาท

อุปกรณ์มาตรฐานเพิ่มจากรุ่ น 1.8HV MID ไฟส่องสว่างขณะเข้ารถ Welcome light, ครูสคอนโทรลแบบไดนามิกส์ ,ที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ, กระจกมองหลังปรับแสงอัตโนมัติ, ระบบฟอกอากาศ Nano-e, ระบบเตือนมีรถในตําแหน่งจุดบอดข้างตัวรถ BSM, ระบบเตือนมีรถขับตัดท้ายขณะถอยรถ RCTA, ระบบเตือนรถออกนอกเลน LDA พร้อมระบบกระตุ้นผู้ขับให้มีสติพร้อมควบคุมรถ, ระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ AHB, ระบบความปลอดภัยก่อนการชน PCS, และ ระบบนําทาง

 

นอกจากนั้น ยังมอบข้อเสนอพิเศษสุด เพื่อเป็นการตอบแทนลูกค้า  อาทิ Custom Name Plate สำหรับลูกค้าที่ทำการจองรถตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 61

แคมเปญพิเศษขยายเวลารับประกันคุณภาพรถใหม่จาก 3 ปี หรือ 100,000 กม. เป็น 5 ปี หรือ 150,000 กม. รวมถึง ฟรีค่าแรงจาก 6 ระยะ เป็น 11 ระยะ ฟรีถึง 100,000 กม.   พิเศษสำหรับรุ่นไฮบริด รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง

สำหรับรถยนต์รุ่นนี้มีเป้าหมายการขายในปี 2561 อยู่ที่ 2,000 คันต่อเดือน สำหรับลูกค้าที่ลงทะเบียน จองสิทธิ์ล่วงหน้าตั้งแต่งานมหกรรมยานยนต์ ทางบริษัทฯ จะเริ่มทำการส่งมอบรถให้แก่ลูกค้าตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม 61 เป็นต้นไป

 

 

 

 

 

 

Comments are closed.