รู้จัก All New Haval H6 Hybrid ก่อนซื้อ

0

All New Haval H6 Hybrid เป็น SUV ที่ขายดีที่สุดของ Great Wall Motors ที่ประเทศจีน ติดต่อกันเป็นปีที่ 8 โดยมียอดขายในปี 2020 รวม 376,864 คัน เป็น Compact SUV ขนาดเดียวกับ Honda CR-V, Mazda CX-5, MG HS, Mitsubishi Outlander และSubaru Forester เราต้องคอยจับตาดูว่า All New Haval H6 Hybrid จะสามารถงัดข้อกับเจ้าตลาดในเมืองไทยได้ขนาดไหน ก่อนอื่นเรามาดูสเปคของ All New Haval H6 Hybrid กันก่อนเลยดีกว่าว่ามันเจ๋งขนาดไหน

ได้รับการออกแบบตามหลักสุนทรียศาสตร์ โดยการใช้เส้นโค้งและลายเส้นที่เรียบง่าย ประณีต ให้ความพรีเมียม ล้ำยุค เรียบง่ายจากการตัดองค์ประกอบที่ไม่จำเป็นออกไป ซึ่งประกอบด้วย การออกแบบด้านหน้าที่หรูหรา ประณีตงดงาม Exquisite front design ไฟหน้า LED อัจฉริยะ Intelligent LED headlamp  เส้นสายรอบตัวรถที่มีเอกลักษณ์ Body waistline หลังคาพาโนรามิคซันรูฟขนาดใหญ่ Panoramic sunroof  แถบไฟท้ายแบบ LED พาดยาวจากซ้ายจรดขวา LED taillight strip ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว

มิติตัวถัง: ยาว 4,653 มิลลิเมตร กว้าง 1,886 มิลลิเมตร สูง 1,730 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,738 มิลลิเมตร

ภายในห้องโดยสาร All New Haval H6 Hybrid ตกแต่งด้วยสีทูโทนดีไซน์ล้ำสมัย ตกแต่งด้วยวัสดุสี Rose Gold พร้อมไฟตกแต่งภายในห้องโดยสาร Ambient Light, เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า, หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบดิจิตอล, จออินโฟเทนเมนท์ขนาดใหญ่, หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า Head Up Display, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น, เกียร์ไฟฟ้า Electronic Shifter, ระบบชาร์จไฟไร้สาย Wireless Charger, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกอุณหภูมิซ้าย-ขวา พร้อมตัวกรอง CN95 และช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง

ด้านขุมพลังของ All New Haval H6 Hybrid เป็นเครื่องยนต์เบนซินไฮบริด 1.5 ลิตร พร้อมเทอร์โบซูเปอร์ชาร์จเจอร์ (VGT) และมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุด 243 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 530 นิวตัน-เมตร พร้อมด้วยเกียร์ไฮบริดรุ่นแรกที่มี 2 เกียร์ที่ด้านเครื่องยนต์ และ 1 เกียร์ที่มอเตอร์ขับเคลื่อน รวมถึงเพลาขับเคลื่อนอิเล็กทรอนิกส์แบบ Multi-mode DHT เพื่อรองรับการขับขี่ที่หลากหลายและช่วยลดอัตราสิ้นเปลือง

 

สเป็คเบื้องต้นของ All New Haval H6 Hybrid

  • แพลตฟอร์ม GMW Lemon Hybrid DHT
  • โหมดการขับขี่ 4 รูปแบบ
  • โหมดมาตรฐาน Normal Mode
  • โหมดประหยัด Eco Mode
  • โหมดสปอร์ต Sport Mode
  • โหมดถนนลื่น Wet Mode
  • ระบบสั่งงาน และ ตอบโต้ด้วยเสียง 5
  • ระบบเชื่อมต่อ Internet
  • อัพเกรดซอฟแวร์ผ่านระบบออนไลน์ FOTA
  • ระบบชิปอัจฉริยะ EYEQ4 ช่วยประมวลผลภาพจากกล้อง
  • กล้องรอบคัน 360 องศา
  • เซนเซอร์ Ultra Sonic

All New Haval H6 Hybrid ประกอบด้วยระบบอัจฉริยะมากมายที่จะมอบประสบการณ์ใหม่ และทำให้การขับขี่เป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน ระบบอัจฉริยะที่ตอบสนองความต้องการในทุกเส้นทางการขับขี่ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ Level 2 มาพร้อม 22 ฟังก์ชั่นอัจฉริยะที่ช่วยให้การขับขี่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ครั้งแรกในรถ Segment เดียวกัน ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ Level 2

  • ระบบช่วยเลี่ยงการเข้าใกล้รถใหญ่จากด้านข้าง Wisdom Dodge System
  • ระบบที่ช่วยตรวจจับรถใหญ่ อาทิ รถบรรทุกในเลนติดกัน โดยรักษาระยะห่างขณะขับผ่าน และ เมื่อพ้นระยะแล้ว กลับสู่กลางเลนตามปกติ
  • ระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ 3 รูปแบบ Integration Auto Parking (IAP)
  • ประมวลผลจากกล้อง 360 องศา และ เซนเซอร์ Ultra Sonic สามารถค้นหาที่จอดรถ คำนวณพื้นที่สำหรับจอดรถได้อย่างถูกต้อง โดยสามารถช่วยจอดได้ 3 รูปแบบ
  • จอดแบบเข้าช่อง
  • จอดแบบขนานเส้นทางเดินรถ
  • จอดแบบตามแนวเฉียง
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบรักษาระยะห่าง Adaptive Cruise Control

นอกจากนี้ ยังมีระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะอีกมากมาย อาทิเช่น

  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control (ACC)
  • ระบบช่วยหยุดรถยนต์และออกตัว (stop-and-go)
  • ระบบแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศา 360 ° Surrounding camera

Intelligence V3.5 ระบบอัจฉริยะที่ช่วยสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น อาทิ

  • ระบบโต้ตอบด้วยเสียง (Voice Interaction)
  • ระบบอินเทอร์เน็ตอัจฉริยะ (Intelligent Internet)
  • ระบบหน้าจออัจฉริยะ ที่ช่วยให้เชื่อมต่อและค้นหาข้อมูลการเดินทางได้อย่างชาญฉลาด
  • ระบบการอัปเกรดโปรแกรมออนไลน์ สะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยการอัปเกรด Firmware ได้เองผ่านระบบออนไลน์ โดยไม่จำเป็นต้องเอารถเข้าศูนย์บริการ ไม่ว่าจะเป็น ระบบการขับขี่อัจฉริยะต่างๆ ระบบขับเคลื่อน และระบบส่งกำลัง
  • ชิปอัจฉริยะที่ประมวลผลได้รวดเร็วขึ้น สามารถประมวลผลภาพจากกล้องหลายตัวได้ในเวลาเดียวกัน และยังสามารถรักษาเสถียรภาพในการทำงานได้ดีหากมีการชนหรือมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น

มั่นใจได้เรื่องบริการหลังการขาย เพราะปัจจุบัน GWM Thailand มีแผนเปิด Partner Store ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ โดยจะมีโชว์รูมและศูนย์บริการกว่า 17 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล, ชลบุรี, ระยอง, เชียงใหม่, ขอนแก่น, นครราชสีมา,​ สงขลา และภูเก็ต พร้อมทั้งระบุว่ามีแผนที่จะเปิด Partner Store และ GWM Store ซึ่งเป็นโชว์รูมของ Great Wall Motor รวมทั้งสิ้นกว่า 30 แห่งภายในปีนี้

Leave A Reply